หลายคนเข้าใจว่า หากถูกเลิกจ้าง นายจ้างต้องจ่ายเงินชดเชยทุกกรณี แต่ความจริงแล้ว กฎหมายแรงงาน กำหนดข้อยกเว้นไว้ชัดเจน หากลูกจ้างกระทำผิด ตามเงื่อนไขของกฎหมาย นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้ โดยไม่ต้องจ่ายเงินชดเชย
ในบทความนี้ Cloud-TA จะพาคุณเช็กพฤติกรรมเสี่ยง ที่อาจทำให้ตกงาน พร้อมอธิบายสิทธิของลูกจ้าง รวมถึงแนวทางที่ทั้งพนักงานและ HR ควรรู้ เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาทด้านแรงงานในอนาคต
เงินชดเชยเลิกจ้างคืออะไร ? ลูกจ้างมีสิทธิได้ตอนไหน
เงินชดเชยเลิกจ้าง คือ เงินที่นายจ้างต้องจ่ายให้ลูกจ้าง เมื่อมีการเลิกจ้าง เพื่อชดเชยผลกระทบจากการสิ้นสุดการจ้างงาน โดยเป็นสิทธิที่กำหนดไว้ใน พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118
ทั้งนี้ จำนวนเงินชดเชยจะขึ้นอยู่กับเกณฑ์การรับเงินชดเชยตามอายุงาน ยิ่งทำงานต่อเนื่องนาน ก็ยิ่งมีสิทธิได้รับเงินชดเชยในอัตราที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิทธิดังกล่าวไม่ได้ครอบคลุมทุกกรณี หากลูกจ้างกระทำความผิดร้ายแรงตามกฎหมายแรงงานมาตรา 119 นายจ้างสามารถเลิกจ้าง โดยไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยได้ ดังนั้น การเข้าใจทั้งสิทธิของตนเอง และข้อยกเว้นตามกฎหมาย จะช่วยให้ทั้งลูกจ้าง และนายจ้างปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง และลดข้อพิพาทด้านแรงงานในอนาคต

เช็กกฎหมายแรงงาน ! พฤติกรรมเสี่ยงตกงาน แถมไม่ได้รับเงินชดเชย
แม้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 จะกำหนดเหตุที่นายจ้างสามารถเลิกจ้าง โดยไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยไว้ทั้งหมด 6 กรณี แต่เมื่อนำมาปรับใช้กับการทำงานจริง สามารถสรุปเป็น 3 พฤติกรรมสำคัญ ที่พบได้บ่อยในหลายองค์กร ดังนี้
ทุจริต หรือจงใจสร้างความเสียหายให้องค์กร
การทุจริต ถือเป็นความผิดร้ายแรงที่ทำลายความไว้วางใจ ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ไม่ว่าจะสร้างความเสียหายมากหรือน้อย หากพิสูจน์ได้ว่า มีเจตนาแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ หรือจงใจทำให้องค์กรเสียหาย นายจ้างมีสิทธิเลิกจ้าง โดยไม่ต้องจ่ายเงินชดเชย
ตัวอย่างพฤติกรรมที่เข้าข่าย เช่น
- ยักยอกทรัพย์ หรือฉ้อโกงบริษัท
- รับผลประโยชน์จากคู่ค้าหรือผู้ขาย
- ปลอมเอกสาร เช่น ใบรับรองแพทย์ หรือเอกสารเบิกค่าใช้จ่าย
- นำข้อมูลสำคัญขององค์กรไปเปิดเผยให้คู่แข่ง
- ใช้ทรัพย์สิน หรือทรัพยากรของบริษัทเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
นอกจากนี้ การจงใจเผยแพร่ข้อมูลที่สร้างความเสียหายต่อองค์กร หรือดำเนินธุรกิจแข่งขันกับนายจ้างโดยใช้ข้อมูลภายใน ก็อาจเข้าข่ายเป็นเหตุเลิกจ้าง โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเช่นกัน
ฝ่าฝืนระเบียบบริษัท แม้ได้รับหนังสือตักเตือนแล้ว
องค์กรส่วนใหญ่ มักมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เช่น เวลาเข้างาน การรักษาความปลอดภัย การใช้ทรัพย์สินบริษัท หรือจรรยาบรรณในการทำงาน หากลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับที่ชอบด้วยกฎหมาย และได้รับหนังสือตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว
แต่ยังทำผิดซ้ำ นายจ้างสามารถใช้เป็นเหตุเลิกจ้างได้ ซึ่งจะแตกต่างจากการเลิกจ้างทั่วไปที่มีสูตรคำนวณเงินชดเชยเลิกจ้าง มารองรับตามปกติ
ตัวอย่างพฤติกรรม เช่น
- ฝ่าฝืนระเบียบด้านความปลอดภัย
- ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
- ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างปฏิบัติงาน
- กระทำผิดวินัยซ้ำ แม้เคยได้รับหนังสือตักเตือนแล้ว
อย่างไรก็ตาม หากเป็นความผิดร้ายแรง เช่น ลักทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย หรือเปิดเผยความลับทางธุรกิจ นายจ้างไม่จำเป็นต้องออกหนังสือตักเตือนก่อนก็สามารถเลิกจ้างได้ทันที
ละทิ้งหน้าที่ หรือขาดงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร
อีกหนึ่งสาเหตุที่พบได้บ่อย คือ การละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ซึ่งตามกฎหมายถือเป็นเหตุให้นายจ้างสามารถเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยได้
ตัวอย่างพฤติกรรม ได้แก่
- ขาดงานติดต่อกันโดยไม่แจ้งบริษัท
- แจ้งเหตุลางานอันเป็นเท็จ
- ลงเวลาทำงาน แต่ไม่ปฏิบัติงานจริง
- ไม่กลับเข้าทำงานหลังวันหยุดโดยไม่มีการติดต่อ
ในทางกลับกัน หากลูกจ้างมีเหตุสุดวิสัย เช่น ประสบอุบัติเหตุ เจ็บป่วยกะทันหัน หรือเกิดภัยพิบัติที่ไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ กรณีดังกล่าวอาจไม่ถือเป็นการละทิ้งหน้าที่ ทั้งนี้ ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและหลักฐานประกอบ
ลดข้อพิพาทด้านแรงงาน ด้วยข้อมูลที่ตรวจสอบได้จาก Cloud-TA
การบริหารงานบุคคลที่โปร่งใสเริ่มต้นจากข้อมูลที่ถูกต้อง Cloud-TA ช่วยบันทึกข้อมูลการลงเวลาเข้า-ออกงาน การลา การทำงานล่วงเวลา (OT) และประวัติการทำงานของพนักงานแบบเรียลไทม์ ทำให้ฝ่าย HR สามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้อย่างรวดเร็ว ลดข้อโต้แย้งระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง
นอกจากนี้ Cloud-TA ยังสามารถเชื่อมต่อข้อมูลสู่ระบบ Payroll ได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้การบริหารงานบุคคลเป็นไปตามกฎหมายแรงงาน และลดความเสี่ยงจาก Human Error ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พฤติกรรมแบบไหนบ้างที่ “ยังไม่ถึงขั้น” ถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้เงินชดเชย
หลายคนกังวลว่าหากทำงานผิดพลาดเพียงครั้งเดียว หรือมาสายบ่อย ๆ จะถูกเลิกจ้าง โดยไม่ได้เงินชดเชยทันที แต่ในความเป็นจริง กฎหมายแรงงานไม่ได้กำหนดให้พฤติกรรมเหล่านี้ เป็นเหตุเลิกจ้างโดยไม่จ่ายเงินชดเชยโดยอัตโนมัติ
หากยังไม่เข้าข่ายความผิดร้ายแรง ตามมาตรา 119 และนายจ้างต้องพิจารณาข้อเท็จจริง ในแต่ละกรณีอย่างเป็นธรรม ซึ่งตัวอย่างพฤติกรรมที่โดยทั่วไป ยังไม่ถึงขั้นถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้เงินชดเชย ได้แก่
- มาสาย หรือกลับก่อนเวลาเป็นครั้งคราว หากยังไม่เคยได้รับหนังสือตักเตือน และไม่ได้สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อองค์กร
- ลาป่วยตามสิทธิ โดยมีเหตุผลสมควร หรือมีใบรับรองแพทย์ตามที่กฎหมาย และระเบียบบริษัทกำหนด
- ทำงานผิดพลาดโดยไม่ได้จงใจ หรือเกิดจากความประมาทเล็กน้อย ซึ่งยังไม่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อบริษัท
- ผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย (Performance) แม้จะเป็นเหตุให้นายจ้างพิจารณาเลิกจ้างได้ แต่โดยทั่วไปลูกจ้างยังมีสิทธิได้รับเงินชดเชยตามกฎหมาย หากไม่ได้กระทำความผิดตามมาตรา 119
- ลากิจตามสิทธิของบริษัท หรือหยุดงานโดยมีเหตุผลอันสมควร และปฏิบัติตามขั้นตอนการแจ้งลาอย่างถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม หากพฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จนเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และลูกจ้างได้รับหนังสือตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว แต่ยังไม่ปรับปรุง หรือการกระทำนั้นก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อองค์กร ก็อาจกลายเป็นเหตุให้เลิกจ้าง โดยไม่จ่ายเงินชดเชยได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ดังนั้น ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ควรศึกษาสิทธิ หน้าที่ และข้อบังคับขององค์กรให้ชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดข้อพิพาท ด้านแรงงานในอนาคต
Cloud-TA ช่วยจัดเก็บหลักฐานสำคัญ ที่ช่วยลดข้อพิพาทด้านแรงงาน
การบริหารข้อมูลพนักงานที่ถูกต้อง และตรวจสอบได้ ช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎหมายแรงงาน และสร้างความเป็นธรรมให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง Cloud-TA คือ ระบบ HR ที่ช่วยจัดการการลงเวลา การลา OT และ Payroll ได้ครบในแพลตฟอร์มเดียว
พร้อมบันทึกข้อมูลแบบเรียลไทม์ และสร้างรายงานย้อนหลังได้ง่าย ช่วยให้ HR บริหารงานบุคคลได้อย่างโปร่งใส ลด Human Error และรองรับการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน หากสนใจ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูล หรือทดลองใช้ระบบ Cloud-TA ได้ที่
Website: https://cloud-ta.com/
Email: cloud-ta@innova.co.th
Tel: 091-717-5499, 092-273-1760 (Sale)
Line: @Cloud-TA
