ทำงานวันหยุด ได้ค่าแรงเพิ่มกี่เท่า ? ต้องได้ OT ทุกกรณีหรือไม่ ? หลายคนอาจยังสับสนเกี่ยวกับสิทธิของตนเองตาม กฎหมายคุ้มครองแรงงาน โดยเฉพาะเมื่อต้องทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือวันลาพักผ่อนประจำปี เพราะอัตราค่าตอบแทน จะแตกต่างกันตามประเภทของลูกจ้าง และลักษณะการทำงาน
ในบทความนี้ Cloud-TA จะพาคุณเช็กกฎหมายแรงงาน เกี่ยวกับการทำงานในวันหยุด พร้อมอธิบายอัตราค่าจ้าง ค่าทำงานวันหยุด ค่า OT ในวันหยุด รวมถึงยกตัวอย่างการคำนวณ สำหรับลูกจ้างรายเดือน และรายวัน เพื่อให้เข้าใจสิทธิของตนเอง และช่วยให้องค์กรบริหารการจ่ายค่าจ้างได้ถูกต้อง ตามกฎหมายแรงงานไทย

สรุปมาให้แล้ว ! ทำงานวันหยุดลูกจ้างต้องได้ค่าตอบแทนอย่างไร
อ้างอิงตามข้อมูลสิทธิตามกฎหมายแรงงานของกระทรวงแรงงาน การทำงานในวันหยุด เช่น วันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี หรือวันหยุดพักผ่อนประจำปี จะแบ่งอัตราค่าตอบแทนออกเป็น 2 กรณีหลัก ๆ ดังนี้
ทำงานในเวลาทำงานปกติของวันหยุด
ลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดอยู่แล้ว เช่น ลูกจ้างรายเดือน ได้รับเงินเพิ่มขึ้นอีก ไม่น้อยกว่า 1 เท่า ของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานปกติ เนื่องจาก ในเดือนนั้นได้รับค่าจ้างฐานของวันหยุดนั้นอยู่แล้ว เท่ากับวันนั้นจะได้เงินรวมเป็น 2 เท่า
ทำงานล่วงเวลาในวันหยุด (ทำโอทีเกินเวลาทำงานปกติ)
ไม่ว่าจะเป็น ลูกจ้างรายวัน หรือรายเดือน หากทำงานเกินเวลาทำงานปกติของวันนั้น นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดในอัตรา ไม่น้อยกว่า 3 เท่า ของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานปกติ
ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 หมวด 5 มีข้อยกเว้นสำหรับลูกจ้างบางกลุ่ม และบางตำแหน่งงาน ที่จะไม่ได้ค่าล่วงเวลา (OT) และรวมถึงค่าล่วงเวลาในวันหยุด (เว้นแต่นายจ้างจะตกลงจ่ายให้เป็นพิเศษ) เช่น
- ลูกจ้างที่มีอำนาจหน้าที่ทำการแทนนายจ้างในการจ้าง การให้บำเหน็จ หรือการเลิกจ้าง เช่น ผู้จัดการระดับสูง
- งานเร่ขาย หรือชักชวนซื้อสินค้า ที่นายจ้างจ่ายค่านายหน้า (Commission) ให้แล้ว
- งานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สิน เช่น งานอยู่เวรที่ไม่ใช่หน้าที่ทำงานปกติของลูกจ้าง
- งานดับเพลิง หรืองานป้องกันอันตรายสาธารณะ
หมายเหตุ: สำหรับผู้จัดการที่มีอำนาจแทนนายจ้าง ตามมาตรา 65 (1) จะไม่มีสิทธิได้รับค่าทำงาน ในวันปกติของวันหยุดตามมาตรา ๖๒ ด้วยเช่นกัน
ยกตัวอย่าง การคำนวณค่าแรง ตามฐานเงินเดือน และค่าจ้างรายวัน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน Cloud-TA จะขอยกตัวอย่างการคำนวณค่าแรงตามฐานเงินเดือน และค่าจ้างรายวันแบบละเอียด โดยอิงจากเวลาทำงานปกติ วันละ 8 ชั่วโมง ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มาอธิบายแบบเข้าใจง่ายให้ดู ดังนี้
กรณีที่ 1: ลูกจ้างรายเดือน (ฐานเงินเดือน 30,000 บาท)
กฎหมายคิดฐานวันทำงานเฉลี่ย 30 วัน/เดือน
- ค่าจ้างรายวัน 30,000 / 30 = 1,000 บาท/วัน
- ค่าจ้างรายชั่วโมง 1,000 / 8 = 125 บาท/ชั่วโมง
1.1 ทำงานในเวลาปกติของวันหยุด (ได้เงินเพิ่ม 1 เท่า)
- วิธีคิด: ค่าจ้างรายชั่วโมง × 1 เท่า × จำนวนชั่วโมงที่ทำ
- คำนวณ: 125 x 1 x 8 = 1,000 บาท
สรุปได้ว่า วันหยุดนั้นคุณจะได้รับเงินเพิ่มพิเศษ 1,000 บาท (เมื่อรวมกับเงินเดือนปกติที่จะได้รับอยู่แล้วสิ้นเดือน เท่ากับวันนั้นคุณได้ค่าแรงรวมเป็น 2,000 บาท หรือ 2 เท่า)
1.2 ทำงานล่วงเวลา (OT) ในวันหยุด (ได้เงิน 3 เท่า)
สมมติว่าหลังเลิกงานปกติในวันหยุดแล้ว นายจ้างให้ทำโอทีเพิ่มอีก 2 ชั่วโมง
- วิธีคิด: ค่าจ้างรายชั่วโมง × 3 เท่า × จำนวนชั่วโมงโอที
- คำนวณ: 125 x 3 x 2 = 750 บาท
สรุปได้ว่า คุณจะได้ค่าโอทีของ 2 ชั่วโมงนั้นเพิ่มอีก 750 บาท
กรณีที่ 2: ลูกจ้างรายวัน (ค่าแรงวันละ 400 บาท)
- ค่าจ้างรายวัน: 400 บาทต่อวัน (วันหยุดปกติจะไม่ได้เงินส่วนนี้)
- ค่าจ้างรายชั่วโมง: 400 / 8 = 50 บาท/ชั่วโมง
2.1 ทำงานในเวลาปกติของวันหยุด (ได้เงิน 2 เท่า)
- วิธีคิด: ค่าจ้างรายชั่วโมง × 2 เท่า × จำนวนชั่วโมงที่ทำ
- คำนวณ: 50 x 2 x 8 = 800 บาท
สรุปได้ว่า หากมาทำงานในวันหยุดตามเวลาปกติ คุณจะได้รับเงินสำหรับวันนั้น 800 บาท
2.2 ทำงานล่วงเวลา (OT) ในวันหยุด (ได้เงิน 3 เท่า)
สมมติว่าหลังเลิกงานปกติในวันหยุดแล้ว ต้องทำโอทีต่ออีก 2 ชั่วโมง
- วิธีคิด: ค่าจ้างรายชั่วโมง × 3 เท่า × จำนวนชั่วโมงโอที
- คำนวณ: 50 x 3 x 2 = 300 บาท
สรุปได้ว่า คุณจะได้ค่าโอทีเพิ่มอีก 300 บาท (รวมรายได้ทั้งวันทำงานปกติ และโอทีในวันหยุดนั้นเป็น 800 + 300 = 1,100 บาท)
คำนวณ OT และค่าจ้างวันหยุดได้แม่นยำ ด้วย Cloud-TA
การใช้ระบบ Time Attendance และ Payroll เช่น Cloud-TA จะช่วยบันทึกเวลาทำงาน คำนวณค่าทำงานในวันหยุด และค่า OT ได้อัตโนมัติ ช่วยให้นายจ้างลดความผิดพลาด และช่วยให้การจ่ายค่าจ้าง เป็นไปตามกฎหมายแรงงานอย่างแม่นยำ

ไขข้อข้องใจ นายจ้างไม่ให้หยุดประจำสัปดาห์ ผิดกฎหมายหรือไม่ ?
ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 28 นายจ้างมีหน้าที่จัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ ไม่น้อยกว่า 1 วันต่อสัปดาห์ และระยะห่างระหว่างวันหยุดแต่ละครั้ง ต้องไม่เกิน 6 วัน โดยวันหยุดดังกล่าว อาจเป็นวันเสาร์ อาทิตย์ หรือวันอื่นก็ได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน และข้อตกลงของแต่ละองค์กร
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจบางประเภท เช่น โรงพยาบาล โรงแรม ร้านอาหาร หรือกิจการที่ต้องให้บริการต่อเนื่อง อาจมีความจำเป็นให้ลูกจ้างมาปฏิบัติงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ได้ แต่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เรื่องค่าตอบแทนที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด
คำถามที่พบบ่อย การทำงานในวันหยุด ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
ทำงานวันหยุด ได้ค่าแรงกี่เท่า ?
ขึ้นอยู่กับประเภทของลูกจ้าง และลักษณะการทำงาน หากเป็นการทำงานในเวลาปกติของวันหยุด ลูกจ้างรายเดือนที่ได้รับค่าจ้างวันหยุดอยู่แล้ว จะได้รับค่าทำงานในวันหยุดเพิ่มไม่น้อยกว่า 1 เท่า ของค่าจ้างต่อชั่วโมง
ในขณะที่ลูกจ้างรายวันที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างวันหยุด จะได้รับค่าทำงานในวันหยุดไม่น้อยกว่า 2 เท่า และหากทำงานล่วงเวลา (OT) ในวันหยุด จะได้รับค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่า ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
นายจ้างสามารถบังคับให้พนักงานทำงานในวันหยุดได้หรือไม่ ?
โดยหลักแล้ว นายจ้างไม่สามารถบังคับให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดได้ เว้นแต่เป็นงานที่ลักษณะงาน จำเป็นต้องดำเนินการต่อเนื่อง หรือได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง ตามที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ หากมีการให้ทำงานในวันหยุด นายจ้างต้องจ่ายค่าตอบแทน ตามอัตราที่กฎหมายกำหนดอย่างถูกต้อง
วิธีคำนวณค่าทำงานวันหยุดและค่า OT ให้ถูกต้องทำอย่างไร ?
การคำนวณค่าทำงานในวันหยุด จะอ้างอิงจากอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานปกติ แล้วคูณด้วยอัตราที่กฎหมายกำหนด (1 เท่า, 2 เท่า หรือ 3 เท่า) และจำนวนชั่วโมงที่ทำงานจริง
สุดท้ายนี้ การคำนวณค่าทำงานในวันหยุด ค่า OT และค่าจ้างตามกฎหมายแรงงาน อาจมีรายละเอียดที่ซับซ้อน หากคำนวณผิดอาจส่งผลกระทบทั้งต่อพนักงานและองค์กร ดังนั้น ขอแนะนำ Cloud-TA โปรแกรมช่วยบันทึกเวลาเข้า-ออกงานแบบเรียลไทม์
โดยคุณสามารถเชื่อมต่อระบบ Payroll และคำนวณค่าทำงานวันหยุด ค่าล่วงเวลา และวันลาได้อย่างแม่นยำ ช่วยลดงานเอกสาร ลด Human Error และช่วยให้ฝ่าย HR บริหารงานบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพในระบบเดียว หากสนใจ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูล หรือทดลองใช้ระบบ Cloud-TA ได้ที่
Website: https://cloud-ta.com/
Email: cloud-ta@innova.co.th
Tel: 091-717-5499, 092-273-1760 (Sale)
Line: @Cloud-TA
