หนึ่งในปัญหาที่คุณแม่วัยทำงานต้องเจอ คือ จำนวนวันลา ไม่เพียงพอต่อการตั้งครรภ์ และเลี้ยงดูบุตรในช่วงแรก ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงได้มีการอัปเดต สิทธิลาคลอด ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2568 โดยจะเป็นการขยายวันลา และเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อให้ว่าที่คุณแม่ได้ดูแลตัวเองทั้งช่วงก่อนคลอด และหลังคลอด
โดยในบทความนี้ Cloud-TA จะพาทุกคนมาเจาะลึกทุกรายละเอียด เกี่ยวกับกฎหมายลาคลอด เพื่อตอบคำถามว่าคุณแม่มือใหม่ สามารถลาคลอดได้กี่วัน ไปจนถึงสิทธิของพนักงาน และวิธีการยื่นวันลาให้ถูกวิธี โดยไม่เสียสิทธิในภายหลัง

ชวนรู้! กฎหมายใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการลาคลอด มีอะไรบ้าง
โดยปกติแล้ว ลูกจ้างหญิงจะได้รับวันลาคลอด 98 วัน ซึ่งบางคนอาจมีปัญหาสุขภาพในช่วงไตรมาสสุดท้าย หรือมีภาวะซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum Depression) ทำให้ต้องเสียวันลาเพิ่ม นอกเหนือจากวันลาคลอดโดยไม่จำเป็น
แต่ภายใต้กฎหมายแรงงาน ฉบับที่ 9 ได้มีการปรับเปลี่ยนสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการลาคลอด และวันลางาน เพื่อให้คุณแม่ได้มีเวลาดูแลตัวเอง ทั้งยังเอื้อประโยชน์ต่อคุณพ่อในการช่วยเหลือภรรยา และดูแลลูกหลังคลอด ดังนี้
● สิทธิลาคลอด 120 วัน
หากสงสัยว่าสามารถลาคลอดได้กี่วัน? ในปัจจุบัน สิทธิวันลาคลอดใหม่ที่คุณแม่มือใหม่จะได้รับ อยู่ที่ 120 วันต่อการตั้งครรภ์หนึ่งครั้ง รวมวันลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอด โดยนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างไม่เกิน 60 วัน (จากเดิม 45 วัน)
● สิทธิคู่สมรสลาช่วยภรรยาคลอดบุตร
นอกจากสิทธิวันลาคลอดแล้ว ก็ยังมีวันลาสำหรับคู่สมรส เพื่อช่วยเหลือภรรยาคลอดบุตรเป็นเวลา 15 วัน โดยที่ยังได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน ตลอดระยะเวลาที่ลา
● สิทธิลาเพิ่มกรณีลูกเจ็บป่วยหรือพิการ
ในกรณีที่ลูกมีภาวะเจ็บป่วย เสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน มีความผิดปกติ หรือมีความพิการ คุณแม่มือใหม่สามารถลาต่อเนื่องหลังคลอดบุตร เพื่อเลี้ยงบุตรได้อีกไม่เกิน 15 วัน โดยจะได้รับค่าจ้างร้อยละ 50
เจาะลึก เงินที่พนักงานจะได้รับ ตามสิทธิลาคลอดของคุณแม่
หนึ่งในความกังวลที่คุณแม่มือใหม่ต้องเผชิญ คือ หากตัดสินใจลาคลอดแล้ว จะยังได้รับเงินเดือนตามปกติ หรือต้องถูกหักเงินเดือนเท่าไหร่บ้าง โดย Cloud-TA ได้รวบรวมคำตอบมาไว้ให้แล้ว ดังนี้
● เงินจากนายจ้าง
ตามกฎหมายใหม่ นายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างในวันที่ลาคลอด เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานปกติ แต่ไม่เกิน 60 วัน เช่น หากมีเงินเดือน 20,000 บาท นายจ้างต้องจ่ายเงินในช่วงที่ลาคลอด รวมเป็นเงิน 40,000 บาท เป็นต้น
● เงินประกันสังคม
คุณแม่มือใหม่หลายคน อาจยังไม่ทราบว่าประกันสังคมช่วยสมทบค่าตรวจครรภ์สูงสุด 1,500 บาท เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลครรภ์ ให้เป็นไปตามมาตรฐานการแพทย์ ซึ่งทางประกันสังคมจะมีการจ่ายเงินสงเคราะห์จากการหยุดงาน ดังนี้
- เงินชดเชยรายได้: สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 จะได้รับเงินชดเชยรายได้ช่วงที่หยุดงานเพื่อคลอด คำนวณจาก 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยจะได้รับเงินสมทบเป็น 17,500 บาทต่อเดือน จ่ายให้เป็นเวลา 90 วัน
- ค่าคลอดบุตร (เหมาจ่าย): อยู่ที่ 15,000 บาท ต่อการคลอดบุตร 1 ครั้ง (ใช้ได้ทั้งคลอดธรรมชาติ และผ่าคลอด)
- ค่าตรวจและรับฝากครรภ์: สามารถเบิกได้ตามที่จ่ายจริง รวม 5 ครั้งตลอดการตั้งครรภ์ วงเงินรวมไม่เกิน 1,500 บาท โดยแบ่งตามช่วงอายุครรภ์ ดังนี้
- ช่วงแรก (ไม่เกิน 12 สัปดาห์): เบิกได้ไม่เกิน 500 บาท
- ช่วงที่ 2 (มากกว่า 12 ถึง 20 สัปดาห์): เบิกได้ไม่เกิน 300 บาท
- ช่วงที่ 3 (มากกว่า 20 ถึง 28 สัปดาห์): เบิกได้ไม่เกิน 300 บาท
- ช่วงที่ 4 (มากกว่า 28 ถึง 32 สัปดาห์): เบิกได้ไม่เกิน 200 บาท
- ช่วงที่ 5 (มากกว่า 32 สัปดาห์ขึ้นไป): เบิกได้ไม่เกิน 200 บาท
อย่างไรก็ตาม หากองค์กรไหนที่อยากจัดวันลาของพนักงานให้เป็นระบบ Cloud-TA โปรแกรม Time Attendance ที่ช่วยลดภาระในการจัดเก็บเอกสาร และเอื้อให้การอนุมัติวันลาเป็นเรื่องง่าย เพราะทุกข้อมูลถูกจัดเก็บไว้เป็นระบบ พร้อมให้ตรวจเช็กวันลาคงเหลือได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่ต้องเสียเวลาพูดคุยและติดต่อกับ HR โดยตรงอีกต่อไป

ไขคำตอบ! หากต้องการยื่นลาคลอด คุณแม่มือใหม่ต้องทำอะไรบ้าง?
สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่กำลังเตรียมลาคลอด นอกจากการวางแผนส่งต่องานก่อนหยุดยาวแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่ต้องเตรียมให้พร้อม คือ การยื่นลาคลอดกับบริษัท เพื่อให้ทั้งพนักงาน หัวหน้างาน และบริษัทสามารถวางแผนการทำงานในช่วงที่ลาคลอดได้เป็นระบบ โดยสิ่งที่ว่าที่คุณแม่ต้องเตรียมให้พร้อม มีดังนี้
● แจ้งล่วงหน้ากับหัวหน้างานและ HR
แม้ว่ากฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้องกับการลาคลอด จะไม่ได้มีการระบุชัดเจนว่า ต้องแจ้งลาล่วงหน้ากี่วัน แต่โดยปกติแล้วควรแจ้งหัวหน้างาน และ HR อย่างน้อย 30 วัน เพื่อให้ทีมบริหารงานส่วนที่ต้องทำต่อ หรือให้ HR หาพนักงานสัญญาจ้างชั่วคราว เข้ามาช่วยทีมทำงาน
● เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน
เมื่อกำหนดช่วงเวลาที่ต้องการลาคลอดได้แล้ว สิ่งต่อมาที่คุณแม่มือใหม่ควรทำ คือ การเตรียมเอกสารต่าง ๆ ให้ครบถ้วน เพื่อยืนยันกับทาง HR ว่าจะลาทั้งหมดกี่วัน และลาในช่วงเวลาไหนบ้าง ไม่ว่าจะเป็น
- แบบฟอร์มลางานของบริษัท
- สำเนาสูติบัตรบุตร (ยื่นหลังจากคลอดแล้ว)
- สมุดบัญชีธนาคาร (สำหรับรับเงินจากประกันสังคม)
● ตรวจสอบวันลาทั้งหมด
อีกหนึ่งสิ่งที่ควรเช็กให้ละเอียด คือ การตรวจสอบวันลาคงเหลือในระบบ ไม่ว่าจะเป็น ลาป่วย ลากิจ และลาพักร้อน เพื่อเตรียมความพร้อมหลังคลอด หากจำเป็นต้องพาลูกน้อยไปตรวจสุขภาพ หรือพบแพทย์ตามนัด ทั้งยังช่วยให้ไม่ต้องกดใช้ลางานแบบไม่รับค่าจ้าง หรือ Leave Without Pay ในภายหลัง
● ยื่นสิทธิกับประกันสังคม
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียสิทธิที่ควรจะได้รับ อย่าลืมเตรียมเอกสาร สำหรับยื่นเรื่องเบิกค่าคลอด และเงินชดเชยประกันสังคม โดยสามารถยื่นได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ หรือยื่นผ่านระบบออนไลน์ (e-Self Service)
สำหรับเอกสารที่ต้องเตรียมในการยื่นเบิกค่าคลอดประกันสังคม มีดังนี้
เอกสารกรณีผู้ประกันตนหญิง
- แบบ สปส. 2-01 (แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน) พร้อมกับกรอกรายละเอียดให้ครบและลงลายมือชื่อ ดาวน์โหลดได้ที่ www.sso.go.th
- สำเนาสูติบัตรลูก 1 ชุด (คลอดแฝด ให้แนบสูติบัตรของลูกทุกคน)
- สำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีออมทรัพย์ที่ต้องการรับเงิน หรือใช้พร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน
เอกสารกรณีผู้ประกันตนชาย (เบิกแทนภรรยา)
- แบบ สปส. 2-01 (แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน) กรอกให้ครบและลงลายมือชื่อ ดาวน์โหลดได้ที่ www.sso.go.th
- สำเนาสูติบัตรลูก 1 ชุด
- สำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีออมทรัพย์ที่ต้องการรับเงิน หรือใช้พร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนสมรส หากไม่ได้จดทะเบียนสมรส ให้ใช้หนังสือรับรองจากผู้ประกันตนแทน
สรุป สิทธิลาคลอดที่ผู้หญิง ลาคลอดได้กี่วัน และคู่สมรสจะได้รับอะไรบ้าง
กฎหมายลาคลอดฉบับใหม่ ช่วยเพิ่มสิทธิและความคุ้มครองให้กับคุณแม่วัยทำงานมากขึ้น ตั้งแต่การขยายวันลาคลอดเป็น 120 วันต่อการตั้งครรภ์หนึ่งครั้ง การได้รับค่าจ้างจากนายจ้าง ตามระยะเวลาที่กำหนด ไปจนถึงสิทธิประโยชน์จากประกันสังคม ทั้งเงินชดเชยรายได้ ค่าคลอดบุตร และค่าตรวจฝากครรภ์
ทั้งนี้ หากองค์กรต้องการมีระบบจัดการวันลาที่เป็นระเบียบ เพื่อให้ HR ทำงานได้สะดวกขึ้น อย่าลืมนึกถึง Cloud-TA ระบบเช็กอินเข้า-ออกงาน ที่มีฟังก์ชันการยื่นและอนุมัติวันลา รวมถึงตรวจสอบวันลาคงเหลือ และจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้ในระบบเดียว หากสนใจ สามารถติดต่อได้ที่
Website: https://cloud-ta.com/
Email: cloud-ta@innova.co.th
Tel: 091-717-5499, 092-273-1760 (Sale)
Line: @Cloud-TA
