พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เป็นกฎหมายสำคัญที่กำหนดมาตรฐานความเป็นธรรมให้กับลูกจ้าง โดยมีข้อกำหนดที่น่าสนใจเกี่ยวกับ สวัสดิการพื้นฐาน ที่นายจ้างต้องจัดให้ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งพนักงานหลายคนอาจยังไม่ทราบรายละเอียด รวมไปถึงฝ่าย HR ที่มีหน้าที่ดูแล และปฏิบัติตามกฎหมายให้ถูกต้องครบถ้วน
ดังนั้น เพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินงานได้ถูกต้องตามกฎหมาย และพนักงานได้รับสิทธิประโยชน์ครบถ้วน ในบทความนี้ Cloud-TA ขอสรุปข้อกำหนดสำคัญจาก พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ที่องค์กรต้องจัดหาให้แก่พนักงานตามที่กฎหมายกำหนดไว้

ส่องสวัสดิการแรงงานขั้นพื้นฐาน ที่กฎหมายกำหนดไว้
กฎหมายได้บังคับให้สถานประกอบกิจการ ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องมีการจัดสวัสดิการให้แก่พนักงานตามที่กำหนด โดย พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ได้กำหนดสวัสดิการที่บริษัทต้องมี ดังนี้
น้ำดื่มสะอาด
นายจ้างต้องจัดให้มีน้ำสะอาดสำหรับดื่ม ไม่น้อยกว่าหนึ่งที่สำหรับลูกจ้างไม่เกินสี่สิบคน และเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนหนึ่งที่สำหรับลูกจ้างทุก ๆ 40 คน เพื่อให้พนักงานเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดได้อย่างเพียงพอ
ห้องน้ำที่ถูกสุขลักษณะ
ห้องน้ำ ต้องครบองค์ประกอบถูกต้องตามสุขลักษณะ และมีจำนวนที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร มีการดูแลความสะอาดทุกวัน โดยต้องแยกห้องน้ำชาย-หญิงชัดเจน และจัดให้มีห้องน้ำสำหรับผู้พิการ (หากมีลูกจ้างเป็นคนพิการ)
อุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น
สถานประกอบกิจการ ต้องจัดให้มีอุปกรณ์ และสถานที่สำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมถึงการรักษาพยาบาล เมื่อลูกจ้างเจ็บป่วย หรือประสบอุบัติเหตุระหว่างทำงาน เพื่อให้สามารถดูแลพนักงาน ก่อนนำส่งสถานพยาบาลหากจำเป็น
ประกันสังคม
ประกันสังคม เป็นสวัสดิการภาคบังคับที่ไม่ได้กำหนดในพ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน แต่ต้องดำเนินการให้แก่ลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน โดยมีหน้าที่ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้าง และลูกจ้างเข้าสู่ระบบประกันสังคม พร้อมทั้งนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเป็นประจำทุกเดือน
องค์กรไม่มีสวัสดิการขั้นพื้นฐาน ส่งผลกระทบอย่างไร ?
การที่องค์กรขาดสวัสดิการขั้นพื้นฐาน แน่นอนว่าผิดกฎหมาย หากละเลยสวัสดิการที่ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานกำหนดไว้ โดยนายจ้างจะต้องถูกดำเนินคดีตามมาตรา 144 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากบทลงโทษทางกฎหมายแล้ว ยังส่งผลกระทบด้านอื่น ๆ ตามมาอีกหลายด้าน ดังนี้
- ประสิทธิภาพการทำงานลดลง: พนักงานที่ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่พร้อม จะเสียเวลาไปกับการแก้ปัญหาพื้นฐาน เช่น ต้องออกไปหาน้ำดื่มเอง หรือเข้าห้องน้ำนอกอาคาร ทำให้เกิดความผิดพลาดในการทำงานสูงขึ้น
- ภาพลักษณ์องค์กรเสียหาย: อดีตพนักงาน อาจนำประสบการณ์ไปรีวิวในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย จนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร ในสายตาคนทั่วไป
- อัตราการลาออกสูง: เมื่อพนักงานรู้สึกว่าองค์กรไม่ใส่ใจ และไม่เห็นคุณค่าของตน ก็พร้อมจะมองหาโอกาสใหม่ และย้ายงานทันทีที่มีตัวเลือกที่ดีกว่า
- ต้นทุนแฝงที่สูงกว่าการให้สวัสดิการ: แม้บริษัทอาจละเลยตามข้อกฎหมาย แต่กลับต้องแบกรับต้นทุนแฝงที่สูงกว่า เช่น ค่าใช้จ่ายในการสรรหา และฝึกอบรมพนักงานใหม่ ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วอาจสูงกว่าค่าใช้จ่าย ด้านสวัสดิการที่ควรจัดให้ตั้งแต่แรก
หากกำลังมองหาระบบการทำงานที่โปร่งใสและแม่นยำ ไม่ละเลยข้อกฎหมายแรงงาน ขอแนะนำ Cloud-TA ระบบบันทึกเวลาทำงานออนไลน์ (Time & Attendance System) ที่ช่วยให้องค์กรของคุณจัดการเรื่องเวลาทำงานได้อย่างถูกต้องแม่นยำ พร้อมเก็บข้อมูลเป็นหลักฐานที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ ช่วยลดความเสี่ยงด้านข้อพิพาทแรงงาน

รวมสวัสดิการพนักงานที่ช่วยดึงดูดคนเก่ง และเพิ่มแรงจูงใจ
นอกจาก Job Requirements ที่ผู้สมัครงานใช้พิจารณาแล้ว การจัด สวัสดิการพนักงานที่โดนใจคนทำงาน Gen Z ก็เป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจสำคัญที่ช่วยดึงดูดคนเก่งให้ตัดสินใจสมัครงาน รวมถึงทำให้พนักงานเดิมอยากทำงานอยู่กับองค์กรในระยะยาว โดยสวัสดิการเสริมที่น่าสนใจ มีดังนี้
- วันลาหยุดเพิ่มนอกจากกฎหมายกำหนด: การเพิ่มวันหยุดประจำปีและวันลาให้มากกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ เป็นสวัสดิการที่พนักงานหลายคนชื่นชอบ เช่น การให้วันหยุดพิเศษในวันเกิดพนักงาน การเพิ่มวันหยุดประจำปีให้มากกว่า 13 วัน หรือเพิ่มโควตาวันลาพักร้อนให้มากขึ้น
- โบนัสประจำปี: หลังจากทำงานมาตลอดทั้งปี พนักงานส่วนใหญ่มักมองหาสิ่งตอบแทนที่จับต้องได้ ทั้งในรูปแบบโบนัสประจำปี หรือเบี้ยขยัน
- การทำงานยืดหยุ่น: ด้วยพฤติกรรมของคนทำงานยุคใหม่ที่ต้องการอิสระมากขึ้น การกำหนดวันเข้างาน หรือปรับเวลาเริ่มงานให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์พนักงาน เช่น เข้าทำงานที่ออฟฟิศ 4 วัน และทำงานจากที่บ้านอีก 1 วัน
- ประกันสุขภาพ: แม้สวัสดิการประกันสังคม จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายพื้นฐาน แต่ยังไม่เพียงพอในหลายด้าน การจัดทำประกันกลุ่ม หรือประกันสุขภาพเสริม ที่ครอบคลุมทั้งการตรวจสุขภาพประจำปี การพบจิตแพทย์ หรือความคุ้มครองที่มากกว่าสิทธิประกันสังคมพื้นฐาน
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ: เป็นสวัสดิการด้านการออมระยะยาว ที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับพนักงานหลังเกษียณ โดยนายจ้าง จะร่วมกันสะสมเงินเข้ากองทุนตามสัดส่วนที่กำหนด
- เงินสนับสนุนกิจกรรมตามไลฟ์สไตล์: เนื่องจาก พนักงานแต่ละคนมีไลฟ์สไตล์และความต้องการที่แตกต่างกัน การไม่จำกัดสวัสดิการไว้เพียงรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
แต่ให้เป็นเงินสนับสนุนหรือส่วนลดที่พนักงานเลือกใช้ได้เอง เช่น ค่าสมาชิกฟิตเนส คอร์สเรียนพัฒนาตนเอง หรือค่าทำหัตถการด้านความงาม จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายได้ดีกว่า
สรุป พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน กับสวัสดิการที่องค์กรต้องรู้
โดยสรุป การดูแลเรื่อง สิทธิพื้นฐานที่ลูกจ้างควรได้รับ ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำที่นายจ้าง และฝ่าย HR ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระทำผิดกฎหมาย อีกทั้งควรมองหาสวัสดิการเสริม ที่ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานยุคใหม่ เพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถเข้ามาร่วมงาน และรักษาพนักงานคุณภาพให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว
ทั้งนี้ การบริหารจัดการสวัสดิการองค์กร ทั้งวันหยุด วันลา การคำนวณค่าล่วงเวลา (OT) ไปจนถึงสลิปเงินเดือนที่ต้องรวมเงินสมทบต่าง ๆ ล้วนเป็นงานเอกสารที่ยุ่งยาก และใช้เวลาไม่น้อย
Cloud-TA ระบบบันทึกเวลาทำงานและคำนวณเงินเดือน จึงเป็นตัวช่วยที่ทำให้งาน HR ง่ายและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพียงมีอินเทอร์เน็ตก็ใช้งานได้ทันที หากสนใจยกระดับ HR ขององค์กร ในเริ่มต้น 900 บาท (สำหรับพนักงาน10 คน /เดือน) ติดต่อได้ที่
Website: https://cloud-ta.com/
Email: cloud-ta@innova.co.th
Tel: 091-717-5499, 092-273-1760 (Sale)
Line: @Cloud-TA
