เงินชดเชยเลิกจ้าง

หากวันหนึ่งเราถูกเลิกจ้าง หลายคนอาจกังวลว่า “จะได้รับ เงินชดเชยเลิกจ้าง หรือไม่” หรือ “บริษัทจ่ายถูกต้องตามกฎหมายหรือเปล่า” เพราะแม้การเลิกจ้างจะเป็นสิทธิของนายจ้าง แต่ลูกจ้างเอง ก็มีสิทธิได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานเช่นกัน

ในบทความนี้ Cloud-TA จะพาคุณมาทำความเข้าใจเรื่องเงินชดเชยเลิกจ้าง ว่ามีเงื่อนไขอย่างไร คิดจากอะไร ต้องได้รับเท่าไร รวมถึงข้อควรรู้สำคัญที่ช่วยให้คุณรักษาสิทธิของตนเองได้อย่างถูกต้อง และไม่ถูกเอาเปรียบ

ทำไมลูกจ้างควรเข้าใจเรื่อง “เงินชดเชยเลิกจ้าง” ? 

การรู้สิทธิของตนเอง จะช่วยให้ลูกจ้างสามารถตรวจสอบได้ว่าบริษัทจ่ายเงินชดเชยถูกต้องหรือไม่ และสามารถปกป้องสิทธิของตนเองตามกฎหมายแรงงานได้หากเกิดข้อพิพาทในอนาคต

เงินชดเชยเลิกจ้าง

สิทธิที่ HR และลูกจ้างต้องรู้ ! ใครบ้างที่ควรได้รับเงินชดเชยเลิกจ้าง

โดยทั่วไป ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง และมีอายุงานตั้งแต่ 120 วันขึ้นไป จะมีสิทธิได้รับเงินชดเชยตามกฎหมาย ซึ่งหากให้สรุปสั้น ๆ ลูกจ้างจะมีสิทธิได้รับเงินชดเชยได้ ในกรณีที่

  • ทำงานติดต่อกันครบ 120 วันขึ้นไป
  • ถูกเลิกจ้างโดยนายจ้าง
  • ไม่ได้ลาออกเอง
  • ไม่ได้กระทำผิดตามเงื่อนไข ที่กฎหมายกำหนดให้เลิกจ้าง โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

ทั้งนี้ แม้จะเป็นการลดจำนวนพนักงาน ปรับโครงสร้างองค์กร หรือปิดกิจการ ลูกจ้างก็ยังมีสิทธิได้รับค่าชดเชยเช่นเดียวกัน

เงินชดเชยเลิกจ้างได้เท่าไร ? เช็กอัตราเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 กำหนดให้นายจ้าง ต้องจ่ายเงินชดเชยแก่ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง และมีอายุงานตั้งแต่ 120 วันขึ้นไป โดยอัตราการจ่ายจะแตกต่างกัน ตามระยะเวลาการทำงาน หรืออายุงานของลูกจ้าง ดังนี้

อายุงานรับเงินชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย
120 วัน – ไม่ถึง 1 ปี30 วัน
1 ปี – ไม่ถึง 3 ปี90 วัน
3 ปี – ไม่ถึง 6 ปี180 วัน
6 ปี – ไม่ถึง 10 ปี240 วัน
10 ปี – ไม่ถึง 20 ปี300 วัน
20 ปีขึ้นไป400 วัน

ดังนั้น ยิ่งมีอายุงานมาก จำนวนเงินชดเชยที่ได้รับ ก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นตามที่กฎหมายกำหนด

ชวนรู้ กรณีไหนบ้างที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยเลิกจ้าง ?

แม้ลูกจ้าง จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน แต่ก็มีบางกรณีที่นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ตามมาตรา 119 ดังต่อไปนี้

  1. ทุจริตต่อหน้าที่: เช่น ยักยอกทรัพย์ รับผลประโยชน์โดยมิชอบ หรือใช้ทรัพย์สินบริษัทเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
  2. กระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง: เช่น ลักทรัพย์ ฉ้อโกง หรือปลอมแปลงเอกสาร เพื่อให้เกิดความเสียหาย
  3. จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย: เช่น เปิดเผยข้อมูลความลับบริษัท ส่งข้อมูลให้คู่แข่ง หรือสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงองค์กร
  4. ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง: การกระทำที่ขาดความระมัดระวัง จนก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่บริษัท
  5. ฝ่าฝืนข้อบังคับการทำงาน: โดยได้รับหนังสือตักเตือนแล้ว และยังทำผิดซ้ำอีก เว้นแต่เป็นกรณีร้ายแรงที่ไม่จำเป็นต้องเตือน
  6. ละทิ้งหน้าที่ 3 วันติดต่อกัน: โดยไม่มีเหตุอันสมควร ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตาม
  7. ถูกจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด: ในบางกรณี แม้เป็นความผิดส่วนตัว ก็อาจเป็นเหตุให้เลิกจ้างได้

Cloud-TA ช่วยองค์กรบริหารงานบุคคลอย่างเป็นระบบ และตรวจสอบได้

หากองค์กรของคุณต้องการบริหารงานบุคคลอย่างเป็นระบบ Cloud-TA คือระบบ HR ที่ช่วยจัดการข้อมูลการลงเวลา การลา OT และ Payroll ได้อย่างครบวงจร พร้อมรายงานแบบเรียลไทม์ ช่วยลดข้อผิดพลาด และเพิ่มความโปร่งใส ทำให้ทั้ง HR และพนักงานสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ง่ายขึ้นในทุกขั้นตอน

เงินชดเชยเลิกจ้าง

เช็กลิสต์ 5 ข้อที่ลูกจ้างควรรู้ ก่อนเซ็นเอกสารเลิกจ้าง

ก่อนลงชื่อในเอกสารเลิกจ้าง ควรตรวจสอบรายละเอียดให้รอบคอบทุกครั้ง เพื่อป้องกันการเสียสิทธิที่ควรได้รับ โดยมีเช็กลิสต์สำคัญ 5 ข้อดังนี้

ตรวจสอบจำนวนเงินชดเชยให้ถูกต้อง

ก่อนเซ็นเอกสารเลิกจ้าง ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่า นายจ้างคำนวณเงินชดเชยถูกต้องตามอายุงาน และฐานค่าจ้างสุดท้ายหรือไม่ รวมถึงเงินเดือนค้างจ่าย ค่าโอที ค่าล่วงเวลา วันลาพักร้อนคงเหลือ และเงินอื่น ๆ ที่ยังต้องจ่ายให้ครบถ้วน หากพบตัวเลขไม่ตรง ควรให้บริษัทชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรทันที

อ่านเงื่อนไขในเอกสารทุกครั้ง

เอกสารเลิกจ้างบางฉบับ อาจมีข้อความที่กระทบสิทธิของลูกจ้าง เช่น การสละสิทธิเรียกร้องเพิ่มเติม หรือการยอมรับว่าได้รับเงินครบแล้ว ดังนั้น ลูกจ้างควรอ่านทุกบรรทัดอย่างละเอียด หากมีข้อความที่ไม่เข้าใจ ไม่ควรรีบเซ็น จนกว่าจะได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนจากฝ่าย HR

อย่าเซ็นเอกสารหากยังไม่เข้าใจรายละเอียด

การลงชื่อในเอกสาร ถือเป็นหลักฐานสำคัญทางกฎหมาย หากยังไม่แน่ใจว่าเอกสารมีผลอย่างไรต่อสิทธิของตนเอง ควรขอเวลาตรวจสอบก่อน หรือปรึกษาฝ่ายบุคคล ทนายความ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงาน เพื่อป้องกันปัญหาภายหลัง

ขอหนังสือรับรองการทำงานเก็บไว้

ลูกจ้างมีสิทธิขอหนังสือรับรองการทำงาน เมื่อสิ้นสุดการจ้างงาน โดยเอกสารนี้ จะช่วยยืนยันประวัติการทำงาน ตำแหน่ง และระยะเวลาการทำงาน ซึ่งมีประโยชน์ต่อการสมัครงานใหม่ และใช้เป็นหลักฐาน หากเกิดข้อพิพาทในอนาคต

เก็บหลักฐานการทำงาน และเอกสารสำคัญไว้เสมอ

ควรเก็บสลิปเงินเดือน หนังสือเลิกจ้าง สัญญาจ้าง ตารางการทำงาน และหลักฐานการสื่อสารกับนายจ้างไว้ให้ครบ เพราะเอกสารเหล่านี้ จะช่วยยืนยันสิทธิของคุณ หากต้องตรวจสอบการจ่ายเงินชดเชย หรือยื่นเรื่องร้องเรียนภายหลังได้

Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เงินชดเชยเลิกจ้าง

หากลาออกเอง จะได้รับเงินชดเชยหรือไม่ ?

โดยทั่วไป หากลูกจ้างลาออกเอง จะไม่มีสิทธิได้รับเงินชดเชย เพราะกฎหมายกำหนดให้จ่าย เฉพาะกรณีที่นายจ้างเป็นฝ่ายเลิกจ้าง

บริษัทปิดกิจการ ต้องจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้างไหม ?

ต้องจ่าย เพราะถือเป็นการเลิกจ้าง และลูกจ้างยังมีสิทธิได้รับเงินชดเชยตามอายุงาน

หากบริษัทจ่ายเงินชดเชยเลิกจ้างไม่ครบ ลูกจ้างควรทำอย่างไร ?

ลูกจ้างสามารถยื่นคำร้องต่อสำนักงานสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน เพื่อขอให้ตรวจสอบ และช่วยคุ้มครองสิทธิได้

สรุป การเช็กสิทธิเงินชดเชยเลิกจ้าง ที่คนทำงานต้องรู้

เงินชดเชยจากการเลิกจ้าง เป็นสิทธิสำคัญที่ลูกจ้างควรได้รับตามกฎหมายแรงงาน การทำความเข้าใจเงื่อนไข อัตราการจ่าย และข้อยกเว้นต่าง ๆ ช่วยให้คุณสามารถปกป้องสิทธิของตนเองได้อย่างถูกต้อง และลดความเสี่ยงที่จะถูกเอาเปรียบ เมื่อเกิดการเลิกจ้าง

สำหรับองค์กรแล้ว การมีข้อมูลด้านบุคลากรที่ถูกต้อง และตรวจสอบได้ คือหนึ่งในหัวใจสำคัญของการบริหารงาน HR ที่โปร่งใส โดย “Cloud-TA” เป็นหนึ่งระบบ ที่จะช่วยบริหารข้อมูลการลงเวลา การลา OT และ Payroll ได้ครบจบในระบบเดียว 

พร้อม Dashboard และรายงานแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ HR และองค์กรลด Human Error และลดข้อพิพาทด้านแรงงาน ทำให้การบริหารงานบุคคลเป็นเรื่องง่ายขึ้นในทุกขั้นตอน หากสนใจ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูล หรือทดลองใช้ระบบ Cloud-TA ได้ที่

Website: https://cloud-ta.com/

Email: cloud-ta@innova.co.th

Tel: 091-717-5499, 092-273-1760 (Sale)

Line: @Cloud-TA