ขณะเลือกซื้อ เครื่องสแกนหน้า หลายคนอาจสังเกตเห็น “สัญลักษณ์ IP” ที่ตามด้วยตัวเลข 2 หลัก เช่น IP65 หรือ IP67 แต่กลับไม่รู้ว่าตัวเลขเหล่านี้หมายถึงอะไร ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ตัวเลข IP ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยบอกระดับ “การป้องกันฝุ่นและน้ำ” ของอุปกรณ์ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความทนทาน และความเหมาะสมในการติดตั้งใช้งานในแต่ละสภาพแวดล้อม
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องสแกนหน้า หากยังไม่เข้าใจว่ามาตรฐาน IP ที่ระบุมีความหมายอย่างไร บทความนี้ Cloud-TA ขอพาคุณมาทำความรู้จักกับมาตรฐาน IP ว่าคืออะไร และสำคัญอย่างไร เพื่อช่วยให้คุณเลือกใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างเหมาะสม
ส่องความหมาย IP บนเครื่องสแกนหน้า คืออะไร ?
มาตรฐาน IP (International Protection) คือ มาตรฐานสากลที่ใช้ระบุระดับการป้องกันของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น เครื่องสแกนหน้า ทั้งในด้านการป้องกันของแข็งและของเหลว เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมได้ถูกต้อง
โดยค่ามาตรฐาน IP จะประกอบด้วยตัวเลข 2 หลัก ซึ่งแต่ละตัวเลขมีความหมายแตกต่างกัน ดังนี้
ระดับป้องกันของแข็ง (ตัวเลขหลักแรก) มีเลข 0-6
- 0: ไม่มีการป้องกัน
- 1: ป้องกันวัตถุแข็งที่มีขนาดใหญ่กว่า 50 มม.
- 2: ป้องกันวัตถุแข็งที่มีขนาดใหญ่กว่า 12 มม.
- 3: ป้องกันวัตถุแข็งที่มีขนาดใหญ่กว่า 2.5 มม.
- 4: ป้องกันวัตถุแข็งที่มีขนาดใหญ่กว่า 1 มม.
- 5: ป้องกันฝุ่นในระดับที่จำกัด โดยยังมีฝุ่นเข้าได้บ้าง แต่ไม่กระทบการทำงาน
- 6: ป้องกันฝุ่นได้สนิท
ระดับป้องกันของเหลว (ตัวเลขหลักที่สอง) มีเลข 0-9
- 0: ไม่มีการป้องกัน
- 1: ป้องกันน้ำหยดกระทบในแนวตั้ง
- 2: ป้องกันน้ำหยดเมื่อเอียงไม่เกิน 15 องศา
- 3: ป้องกันน้ำที่พ่นเป็นละออง เอียงไม่เกิน 60 องศา
- 4: ป้องกันน้ำกระเด็นจากทุกทิศทาง
- 5: ป้องกันน้ำฉีดเป็นสายจากหัวฉีด
- 6: ป้องกันน้ำแรงดันสูง หรือน้ำทะเลกระแทก
- 7: ป้องกันการจมน้ำชั่วคราว แช่ในน้ำจืดลึกสูงสุด 1 เมตร
- 8: ป้องกันการจมน้ำจืด มากกว่า 1 เมตร
- 9: ป้องกันน้ำแรงดันสูง และอุณหภูมิสูง

ข้อดีของเครื่องสแกนหน้า IP Rating ตรงตามการใช้งาน
การเลือกใช้อุปกรณ์เครื่องสแกนใบหน้าที่มีมาตรฐาน IP เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม มีข้อดีดังนี้
ป้องกันความเสียหาย
ฝุ่นละออง และความชื้น เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกิดความเสียหาย การเลือกเครื่องที่มีระดับ IP เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งาน โดยเฉพาะองค์กร หรือหน้างานกลางแจ้ง จะช่วยลดความเสี่ยงจากปัจจัยเหล่านี้ และทำให้เครื่องทำงานได้เสถียร
ลดต้นทุนในการซ่อมแซม
หากเลือกอุปกรณ์โดยไม่คำนึงถึงค่า IP เมื่อนำไปใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เครื่องเกิดความเสียหายก่อนเวลาอันควร ส่งผลให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม หรือเปลี่ยนเครื่องใหม่โดยไม่จำเป็น
เพิ่มอายุการใช้งานในระยะยาว
เครื่องสแกนใบหน้าที่มีมาตรฐาน IP เหมาะสมกับหน้างานจริง จะสามารถทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็น ฝุ่น ความชื้น หรือฝน ส่งผลให้เครื่องมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น และลดปัญหาการเสียบ่อย
ใช้งบประมาณได้คุ้มค่า
แม้ว่าค่า IP ที่สูงจะให้การป้องกันที่ดีกว่า แต่ก็แลกมาด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น หากใช้งานในพื้นที่ภายในอาคาร เช่น ออฟฟิศ หรือห้องปรับอากาศ อาจไม่จำเป็นต้องเลือก IP ระดับสูงมาก การเลือกให้เหมาะสมจะช่วยควบคุมงบประมาณ และไม่จ่ายเกินความจำเป็น
สำหรับผู้ประกอบการ หรือเจ้าของธุรกิจที่กำลังมองหาเครื่องสแกนใบหน้าเพื่อใช้บันทึกเวลาเข้า – ออกงาน ขอแนะนำตัวเลือก Cloud-TA ที่มีบริการจัดจำหน่ายเครื่องสแกนหน้าคุณภาพ รองรับการใช้งานได้อย่างครบวงจร ตัวเครื่องสามารถใช้สำหรับบันทึกเวลาทำงานของพนักงานได้แม่นยำ พร้อมฟังก์ชันควบคุมการเปิด – ปิดประตู เพิ่มความปลอดภัยให้กับองค์กร อีกทั้งยังติดตั้งง่าย เหมาะกับทั้งสำนักงานขนาดเล็กไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่

เปรียบเทียบมาตรฐาน IP42 VS IP65 แตกต่างกันอย่างไร ?
เมื่อกำลังเลือกเครื่องสแกนหน้า อาจพบว่ามีตัวเลือกหลายรุ่นที่ใช้มาตรฐาน IP แตกต่างกัน เช่น เครื่องจาก Cloud-TA ที่มีให้เลือกหลายรุ่น โดยรุ่นอย่าง Uface7 SE และ Uface5 Pro FP มาพร้อมมาตรฐาน IP65
ในขณะที่ Uface5 Lite ใช้มาตรฐาน IP42 คำถามสำคัญคือ แล้วควรเลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับองค์กร ? สามารถเปรียบเทียบความแตกต่างได้ดังนี้
การใช้งานที่เหมาะสม
- IP42: เหมาะสำหรับใช้งานภายในอาคาร เช่น ออฟฟิศ สำนักงาน ร้านค้า หรือพื้นที่ที่สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ ไม่มีฝุ่น หรือความชื้นมาก
- IP65: เหมาะสำหรับใช้งานกลางแจ้ง หรือพื้นที่ที่ต้องเจอกับฝุ่น และน้ำ เช่น โรงงาน โกดังสินค้า หรือจุดเข้า – ออกภายนอกอาคาร
ความทนทานต่อสภาพอากาศ
- IP42: ป้องกันได้ในระดับพื้นฐาน ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีฝุ่นสะสม หรือเสี่ยงโดนน้ำโดยตรง
- IP65: มีความทนทานสูง ป้องกันฝุ่นได้อย่างสมบูรณ์ และกันน้ำจากแรงฉีดได้ เหมาะกับงานหนัก และสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย
ความคุ้มค่าในการลงทุน
- IP42: เหมาะกับองค์กรที่ใช้งานในพื้นที่ปิด ช่วยประหยัดงบประมาณ เพราะไม่ต้องจ่ายเพิ่มสำหรับคุณสมบัติเกินความจำเป็น
- IP65: แม้ราคาสูงกว่า แต่คุ้มค่าในระยะยาว สำหรับธุรกิจที่ต้องใช้งานในพื้นที่กลางแจ้ง หรือสภาพแวดล้อมที่ร้ายแรง
ดังนั้น หากสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ การใช้งานในออฟฟิศ หรือพื้นที่ปิด เครื่องสแกนหน้ามาตรฐาน IP42 ก็เพียงพอ ในส่วนใช้งานกลางแจ้ง หรือพื้นที่ด้านนอกของอาคาร ควรเลือกมาตรฐาน IP65 สามารถตอบโจทย์ได้มากกว่า
Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องสแกนหน้า
เครื่องสแกนหน้ามีมาตรฐานการป้องกัน IP อะไรบ้าง?
แต่ละรุ่นมีมาตรฐาน IP แตกต่างกัน เช่น IP42 เหมาะกับการใช้งานในออฟฟิศ ส่วน IP65 เหมาะกับการใช้งานกลางแจ้งที่มีฝุ่น และน้ำกระเด็น
เครื่องสแกนหน้าปลอดภัยต่อข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่?
ข้อมูลใบหน้าจะถูกเข้ารหัส และจัดเก็บในระบบที่ปลอดภัย ไม่สามารถเข้าถึงได้โดยตรงจากภายนอก
ใช้ร่วมกับระบบควบคุมประตูได้หรือไม่?
เครื่องสแกนหน้าส่วนใหญ่ สามารถเชื่อมต่อกับระบบควบคุมประตู โดยเครื่องจะส่งสัญญาณไปยังชุดควบคุมประตู เพื่อสั่งให้ปลดล็อกกลอนได้
สุดท้ายนี้ การเลือกใช้งานเครื่องสแกนหน้า ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องพิจารณาหลายองค์ประกอบร่วมกัน ทั้งลักษณะการใช้งาน สภาพแวดล้อม และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์องค์กร โดย Cloud-TA ได้คัดสรรเครื่องสแกนใบหน้า มาให้เลือกใช้งานตามความต้องการของแต่ละองค์กร ครบทั้ง 3 รูปแบบ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในทุกสถานการณ์
ทุกรุ่นมาพร้อมเทคโนโลยีกล้องคู่ ได้แก่ Infrared (IR) และ Visual Camera ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการสแกนใบหน้า พร้อมป้องกันการปลอมแปลง เช่น การใช้รูปถ่ายแทนตัวจริง ช่วยลดปัญหาการทุจริตในการลงเวลาเข้า – ออกงาน หากสนใจสามารถสั่งซื้อหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Website: https://cloud-ta.com/
Email: cloud-ta@innova.co.th
Tel: 091-717-5499, 092-273-1760 (Sale)
Line: @Cloud-TA
