ลดหย่อนภาษีประกันสุขภาพ

หนึ่งในเรื่องที่หลายคนให้ความสำคัญ ไม่แพ้การวางแผนการเงินประจำปี คือ การลดหย่อนภาษี โดยเฉพาะการซื้อประกันสุขภาพ ที่นอกจากจะช่วยเพิ่มความคุ้มครองด้านค่ารักษาพยาบาลแล้ว ยังสามารถนำค่าเบี้ยประกันไปใช้สิทธิ ลดหย่อนภาษีประกันสุขภาพ ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม หลายคนยังสับสนว่า เบี้ยประกันสุขภาพ สามารถลดหย่อนได้เท่าไร ต้องมีเงื่อนไขอะไรบ้าง ดังนั้น ในบทความนี้ Cloud-TA จะพาไปสรุปสิทธิลดหย่อนภาษีประกันสุขภาพปี 2569 พร้อมกับแนะนำเอกสาร ที่ต้องเตรียมให้เรียบร้อย เพื่อช่วยให้วางแผนภาษี และบริหารค่าใช้จ่ายมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ลดหย่อนภาษีประกันสุขภาพ

ไขคำตอบ! ประกันสุขภาพแบบไหน ที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้

แม้หลายคนจะทราบว่า ประกันสุขภาพสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ในปี 2569 แต่ในความเป็นจริง ไม่ใช่ประกันสุขภาพทุกประเภท ที่จะสามารถใช้สิทธิได้ทั้งหมด 

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษี ควรตรวจสอบก่อนว่า กรมธรรม์ที่เลือกเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิหรือไม่ เพื่อให้สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้อย่างถูกต้อง และคุ้มค่ามากที่สุด โดยประกันสุขภาพ ที่นำไปลดหย่อนภาษีได้ มีดังนี้

ประกันสุขภาพสำหรับตัวเอง

ประกันสุขภาพสำหรับตัวเอง คือ ประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองผู้เอาประกันรายบุคคล โดยสามารถเลือกแผนความคุ้มครอง ให้เหมาะกับความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้อย่างอิสระ ซึ่งค่าเบี้ยประกัน จะคำนวณตามเพศ และอายุของผู้เอาประกัน

ประกันสุขภาพสำหรับพ่อแม่

สำหรับประกันสุขภาพของพ่อแม่ ก็มีสิทธินำไปลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน โดยจะเป็นประกันที่มีความคุ้มครองพ่อแม่ จากการเจ็บป่วยที่เกิดจากโรคภัยไข้เจ็บ หรือโรคร้ายต่าง ๆ ตามเงื่อนไขที่แต่ละบริษัทประกันเป็นผู้กำหนด

ประกันสุขภาพสำหรับคู่สมรส

ในส่วนของประกันสุขภาพของคู่สมรส เป็นประกันสุขภาพที่หนึ่งในคู่สมรส มีสิทธิร่วมกับคู่สมรสของตัวเอง เข้าในแผนประกันสุขภาพ โดยคู่สมรสจะได้รับสิทธิความคุ้มครอง จากประกันสุขภาพได้

อัปเดต เงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ของประกันสุขภาพแต่ละแบบ

ประกันสุขภาพแต่ละประเภท มีสิทธิประโยชน์ ในการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแตกต่างกัน ทั้งในเรื่องวงเงินลดหย่อน ผู้มีสิทธิใช้ลดหย่อน และคุณสมบัติของผู้เอาประกัน ดังนั้น ก่อนยื่นภาษี ควรทำความเข้าใจเงื่อนไขของแต่ละประเภทให้ครบถ้วน เพื่อใช้สิทธิได้อย่างถูกต้อง และเกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้

ประกันสุขภาพสำหรับตัวเอง

ผู้ที่ทำประกันสุขภาพให้กับตัวเอง สามารถนำเบี้ยไปหักลดหย่อนภาษี ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท แต่หากทำประกันสุขภาพ ร่วมกับประกันชีวิตทั่วไป หรือเงินฝากแบบมีประกันชีวิต ต้องไม่เกิน 100,000 บาท/ปี 

หรือทำร่วมกับประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถนำเบี้ยรวมไปหักลดหย่อน ได้ไม่เกิน 200,000 บาท/ปี ซึ่งประกันสุขภาพที่นำมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ ได้แก่

  • ประกันให้ความคุ้มครอง เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล อันเกิดจากการเจ็บป่วย และการบาดเจ็บ การชดเชยการทุพพลภาพ และการสูญเสียอวัยวะ เนื่องจาก การเจ็บป่วย หรือบาดเจ็บ
  • ประกันอุบัติเหตุ เฉพาะที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ และการแตกหักของกระดูก
  • ประกันภัยโรคร้ายแรง (Critical Illnesses)
  • ประกันภัยการดูแลระยะยาว (Long-Term Care)

ประกันสุขภาพสำหรับพ่อแม่

สำหรับประกันสุขภาพของพ่อแม่ จะหักตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกินคนละ 15,000 บาท โดยสามารถลดหย่อนพ่อได้ไม่เกิน 15,000 บาท และลดหย่อนแม่ได้ไม่เกิน 15,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่า รายได้ของพ่อแม่ต้องไม่เกิน 30,000 บาท/ปี ถึงจะนำมาลดหย่อนภาษีได้ 

ทั้งนี้ ผู้ลดหย่อนภาษี ต้องเป็นลูกแท้ ๆ ตามกฎหมายเท่านั้น (ห้ามเป็นลูกบุญธรรม) รวมถึงพ่อแม่คนใดคนหนึ่ง ต้องอยู่ในประเทศไทยครบ 180 วันในปีนั้น ๆ 

ประกันสุขภาพสำหรับคู่สมรส

ประกันสุขภาพของคู่สมรส หากคู่สมรสไม่มีเงินได้ สามารถนำเบี้ยประกัน ไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินคนละ 15,000 บาท ทั้งนี้ ผู้ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะต้องมีเอกสารรับรอง การชำระเบี้ยประกันของสุขภาพของคู่สมรสที่ชัดเจน จากบริษัทประกันภัย

อย่างไรก็ตาม สำหรับบริษัท หรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่ต้องการตัวช่วยในการบันทึกเวลาทำงาน และจัดเก็บเอกสารสำคัญของพนักงาน ไว้ในระบบเดียว ขอแนะนำ Cloud-TA ระบบบันทึกเวลาทำงานแบบออนไลน์ ที่สามารถเช็กข้อมูลเวลาเข้า-ออก ของพนักงานได้แบบเรียลไทม์ ทั้งยังช่วยให้การเก็บรักษาข้อมูลต่าง ๆ ปลอดภัยยิ่งขึ้น

ลดหย่อนภาษีประกันสุขภาพ

Tips คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่วัยทำงานต้องรู้

โดยปกติแล้ว กรมสรรพากรได้กำหนดวิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไว้ 2 รูปแบบ ได้แก่ วิธีคำนวณภาษีขั้นบันได และวิธีคำนวณภาษีแบบเหมาจ่าย โดยทั้ง 2 วิธีจะมีวิธีคำนวณที่แตกต่างกัน เพื่อให้สอดคล้องกับที่มาของรายได้ ดังนี้

การคำนวณภาษีแบบเหมาจ่าย

ภาษีแบบเหมาจ่าย เป็นวิธีคำนวณสำหรับคนที่มีรายได้จากแหล่งอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เงินเดือน เช่น รายได้จากงานฟรีแลนซ์ ค่าเช่า ค่าลิขสิทธิ์ หรือรายได้จากวิชาชีพอิสระ โดยสามารถคำนวณได้ตามสูตร

(รายได้ทุกประเภท ยกเว้นเงินเดือน) X 0.005 = ภาษีที่ต้องชำระ)

ทั้งนี้ หากคำนวณแล้วได้ค่าภาษีไม่เกิน 5,000 บาท จะได้รับการยกเว้นภาษีในส่วนนี้

การคำนวณภาษีแบบขั้นบันได

ภาษีแบบขั้นบันได เป็นวิธีคำนวณภาษีที่หลายคนคุ้นเคย เพราะเป็นการนำเงินได้สุทธิ มาคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่กำหนดเป็นขั้นบันได 

ซึ่งผู้เสียภาษี จะต้องตรวจสอบเอกสารแสดงรายได้ อย่าง ใบ 50 ทวิ หรือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย พร้อมกับเช็กรายการลดหย่อน จากนั้นให้เริ่มคำนวณเงินได้สุทธิ เพื่อหาเงินได้สุทธิ ตามสูตรคำนวณ

เงินได้ทั้งปี – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ

เมื่อได้จำนวนเงินสุทธิแล้ว ให้นำตัวเลขไปเทียบกับอัตราภาษีขั้นบันได เพื่อดูว่าเงินได้ของคุณอยู่ในขั้นไหน และต้องเสียภาษีเท่าไหร่บ้าง ดังนี้

  • เงินได้สุทธิ 0-150,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษี
  • เงินได้สุทธิ 150,001-300,000 บาท อัตราภาษี 5%
  • เงินได้สุทธิ 300,001-500,000 บาท อัตราภาษี 10%
  • เงินได้สุทธิ 500,001-750,000 บาท อัตราภาษี 15%
  • เงินได้สุทธิ 750,001-1,000,000 บาท อัตราภาษี 20%
  • เงินได้สุทธิ 1,000,001-2,000,000 บาท อัตราภาษี 25%
  • เงินได้สุทธิ 2,000,001-5,000,000 บาท อัตราภาษี 30%
  • เงินได้สุทธิ 5,000,001 บาทขึ้นไป อัตราภาษี 35%

รวม เอกสารที่ต้องเตรียม ในการใช้ยื่นลดหย่อนภาษี

นอกจากการเลือกซื้อประกันสุขภาพ ที่เข้าเงื่อนไขลดหย่อนภาษีแล้ว อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ผู้เสียภาษีไม่ควรมองข้าม คือ การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ก่อนยื่นแบบภาษีประจำปี เพราะหากข้อมูลไม่ถูกต้อง หรือเอกสารไม่ครบ อาจส่งผลให้ไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ตามที่ต้องการ โดยเอกสารที่ควรเตรียม ก่อนนำไปกรอกในช่องลดหย่อนภาษี มีดังนี้

ประกันสุขภาพของตัวเอง

  • เอกสารรับรองการชำระเบี้ย ที่ออกโดยบริษัทประกัน
  • เอกสารรับรองการชำระเบี้ยสำหรับยื่นออนไลน์ ขอได้ที่แอปพลิเคชันของผู้ให้บริการประกันที่เป็นผู้ออกกรมธรรม์

ประกันสุขภาพของพ่อแม่

  • เอกสารรับรองการชำระเบี้ย ที่ออกโดยบริษัทประกัน
  • เอกสารรับรองการชำระเบี้ยสำหรับยื่นออนไลน์ ขอได้ที่แอปพลิเคชันของผู้ให้บริการประกันที่เป็นผู้ออกกรมธรรม์
  • เอกสารรับรองบุตร (สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้เฉพาะบุคคลที่เป็นบุตรโดยกำเนิดเท่านั้น)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีประกันสุขภาพ

ประกันสุขภาพของพ่อแม่ ลดหย่อนภาษีได้หรือไม่?

ได้ โดยสามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพของบิดามารดา มาหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดคนละ 15,000 บาทต่อปี ทั้งนี้ บิดามารดาต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี และผู้ใช้สิทธิต้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย

หากมีทั้งประกันชีวิต และประกันสุขภาพ จะลดหย่อนภาษีได้อย่างไร?

ผู้เสียภาษี สามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพ มารวมกับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปได้ แต่เมื่อนำมารวมกันแล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

ควรวางแผนซื้อประกันสุขภาพเพื่อลดหย่อนภาษีเมื่อไร?

ควรวางแผนตั้งแต่ต้นปี หรือก่อนช่วงยื่นภาษี เพื่อให้มีเวลาเปรียบเทียบความคุ้มครอง วงเงินเบี้ยประกัน และคำนวณสิทธิลดหย่อนภาษีได้อย่างเหมาะสม กับรายได้ของตนเอง

จะเห็นได้ว่า ประกันสุขภาพไม่ได้เป็นเพียงตัวช่วยบริหารความเสี่ยง ด้านค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการวางแผนภาษีอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ประกันสุขภาพของตนเอง พ่อแม่ หรือคู่สมรส ซึ่งแต่ละประเภทล้วนมีเงื่อนไข และวงเงินลดหย่อนที่แตกต่างกัน

ดังนั้น ก่อนยื่นภาษีในปี 2569 ควรตรวจสอบสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน และทำความเข้าใจวิธีคำนวณภาษีเบื้องต้น เพื่อให้สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้อย่างถูกต้อง พร้อมช่วยวางแผนการเงิน และลดภาระภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ หากองค์กรที่ต้องการอัปเกรดระบบบันทึกเวลาเข้า-ออกงาน หรือจัดเก็บข้อมูลทางการเงินของพนักงาน และบริษัทไว้ในที่เดียว Cloud-TA ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะเราเป็นระบบบันทึกเวลาเข้าออก ที่มีฟังก์ชันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การยื่นคำร้องขอวันลา การขอโอที และบันทึกข้อมูลพนักงานเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไว้ในที่เดียว หากสนใจติดต่อได้ที่

Website: https://cloud-ta.com/

Email: cloud-ta@innova.co.th

Tel: 091-717-5499, 092-273-1760 (Sale)

Line: @Cloud-TA