การออกจากงาน ไม่ใช่แค่เรื่องของการตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางอาชีพ หรือบริษัทใหม่เท่านั้น แต่ยังมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ค่าชดเชยตามกฎหมาย ที่ลูกจ้างหลายคนอาจมองข้าม ซึ่งหากลาออกโดยสมัครใจ เพราะได้งานใหม่ หรือเหตุผลส่วนตัวอื่น ๆ จะไม่ได้รับค่าชดเชย แต่ในกรณีที่ลูกจ้าง ถูกนายจ้างเลิกจ้างโดยกะทันหัน หรือถูกปลดออก ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
อย่างไรก็ตาม มนุษย์เงินเดือนหลายคนก็ยังสงสัยว่า ลาออกแบบไหนถึงจะได้รับค่าชดเชย ทั้งจากบริษัท และสวัสดิการต่าง ๆ ในบทความนี้ Cloud-TA จะพาทุกคนมาดู เงื่อนไขสำคัญที่ลูกจ้าง จะได้รับเงินค่าชดเชยตามกฎหมาย เพื่อให้คุณสามารถวางแผนอนาคตได้อย่างมั่นใจ และไม่พลาดสิทธิประโยชน์สำคัญ หากพร้อมแล้ว เราไปดูกันได้เลย

ทำความเข้าใจ การออกจากงาน มีทั้งหมดกี่รูปแบบ
การออกจากงาน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็น การตัดสินใจของพนักงานเอง หรือการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร รวมถึงการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งสิ่งที่หลายคนอาจยังไม่ทราบ คือการออกจากงานมีหลายรูปแบบ และแต่ละแบบ ก็มีผลต่อสิทธิประโยชน์ทางกฎหมายที่แตกต่างกัน โดยการออกจากงาน สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้
การออกจากงานที่ไม่ได้รับค่าชดเชย
การออกจากงานที่ไม่ได้รับค่าชดเชย คือ การสิ้นสุดสภาพการจ้างงาน ในกรณีที่ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับเงินชดเชย โดยกรณีที่พบได้บ่อย มีดังนี้
การลาออกด้วยความสมัครใจ
เมื่อลูกจ้างเป็นฝ่ายยื่นลาออกเอง โดยไม่มีเหตุอันสมควรตามกฎหมาย จะไม่ได้รับค่าชดเชย แต่จะได้รับค่าจ้างในเดือนสุดท้าย ตามวันทำงานจริงในเดือนสุดท้าย และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ
ทดลองงานไม่ผ่าน
ในบางกรณีที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้ ตามที่ตกลงกันไว้ นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้ โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าชดเชย ถือเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม แต่หลักฐานต้องแน่นหนา
นายจ้างไล่ลูกจ้างออก
แม้หลายคนจะเข้าใจว่า หากถูกไล่ออก จะได้รับค่าชดเชยโดยไม่มีข้อยกเว้น แต่ในกฎหมายแรงงานมาตรา 119 ได้บัญญัติยกเว้นให้นายจ้าง ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง หรือพนักงานในการเลิกจ้างในกรณี ดังนี้
- ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง: เช่น ขโมยทรัพย์สิน ปลอมแปลงเอกสาร และฉ้อโกงทางการเงิน
- จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย: เช่น การทำให้นายจ้างเสื่อมเสียชื่อเสียง ทรัพย์สิน หรือข้อมูลสำคัญของบริษัท
- ฝ่าฝืนข้อบังคับการทำงาน และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว: หากลูกจ้างยังคงละเลย หรือละเมิดกฎเดิมในระยะเวลา 1 ปี ถือเป็นการทำความผิดซ้ำซ้อน ทำให้สามารถเลิกจ้างได้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
- ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลานาน 3 วันทำงานติดกัน โดยไม่แจ้งล่วงหน้า: นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
- ได้รับโทษจำคุก ตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก: นายจ้างไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าชดเชย หรือเงินทดแทน เนื่องจาก หากพนักงานต้องโทษจำคุก ย่อมส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ขององค์กรโดยตรง
การออกจากงานที่ได้รับค่าชดเชย
ในส่วนของการออกจากงานที่ได้รับค่าชดเชย คือ การสิ้นสุดสภาพการจ้างงาน ในกรณีที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน โดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเมื่อนายจ้างเป็นฝ่ายเลิกจ้าง โดยที่ลูกจ้างไม่ได้ทำความผิดร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็น
นายจ้างให้ลูกจ้างออก
คือ กรณีที่นายจ้าง เลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่ได้ทำผิดวินัย แต่พิจารณาแล้วว่าไม่ควรทำงานในองค์กรอีกต่อไป ซึ่งต้องไม่ใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม (มาตรา 49) และต้องแจ้งล่วงหน้าให้ชัดเจน เช่น มีปัญหาด้านสุขภาพ บริษัทเลิกกิจการ หรือบริษัทมีการย้ายสาขา เป็นต้น โดยลูกจ้างต้องได้รับค่าชดเชย หากบริษัทไม่มีการแจ้งล่วงหน้า จะต้องได้รับค่าตกใจร่วมด้วย
นายจ้างปลดลูกจ้างออก
นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างที่ทำผิดวินัย แต่ไม่ร้ายแรง เช่น จงใจขัดคำสั่ง ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง และละทิ้งการทำงาน นายจ้างสามารถปลดออก โดยไม่ต้องบอกล่วงหน้า และจะได้รับค่าสินไหมทดแทน

ตอบคำถาม ! ถูกเลิกจ้างกะทันหัน จะได้รับเงินอะไรบ้าง
เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากเจอ สถานการณ์ถูกเลิกจ้างแบบกะทันหัน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่หลายคนกังวลในเรื่องรายได้ ทำให้เกิดคำถามว่า หากถูกเลิกจ้างโดยไม่ทันตั้งตัว จะมีสิทธิได้รับเงินอะไรบ้าง และต้องดำเนินการอย่างไร เพื่อไม่ให้เสียสิทธิตามกฎหมาย โดยสิ่งที่จะได้รับ เมื่อถูกนายจ้างเลิกจ้างงาน มีดังนี้
เงินค่าชดเชยตามกฎหมาย
ค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน คือ เงินที่นายจ้างต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้าง เมื่อเลิกจ้าง ซึ่งจะต้องพิจารณาอัตราค่าชดเชย ตามอายุงานของลูกจ้าง โดยลูกจ้างต้องทำงานครบ 120 วันเป็นอย่างน้อย สำหรับอัตราค่าชดเชย หากนายจ้างเลิกจ้างโดยที่ลูกจ้างไม่มีความผิด มีดังนี้
- ลูกจ้างทำงานติดต่อกันครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี จะได้รับค่าชดเชย เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน
- ลูกจ้างทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี จะได้รับค่าชดเชย เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน
- ลูกจ้างทำงานติดต่อกันครบ 3 ปีแต่ไม่ครบ 6 ปี จะได้รับค่าชดเชย เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน
- ลูกจ้างทำงานติดต่อกันครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี จะได้รับค่าชดเชย เท่ากับอัตราค่าจ้างสุดท้าย 240 วัน
- ลูกจ้างทำงานติดต่อกันครบ 10 ปีขึ้นไป จะได้รับค่าชดเชย เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 300 วัน
- ลูกจ้างทำงานครบ 20 ปีขึ้นไป จะได้รับค่าชดเชย เท่ากับอัตราค่าจ้างสุดท้าย 400 วัน
ค่าตกใจ
ในกรณีที่ลูกจ้างถูกเลิกจ้างกะทันหัน หรือนายจ้างไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า นายจ้างจะต้องจ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้า หรือค่าตกใจให้กับลูกจ้าง ตามที่กฎหมายแรงงานกำหนด ดังนี้
- เลิกจ้างทั่วไป: นายจ้างต้องจ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้า 1 งวดของการจ่ายค่าจ้าง เช่น ถ้าได้ค่าจ้างทุก 30 วัน นายจ้างต้องแจ้งเลิกจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างน้อย 30 วัน ไม่เช่นนั้นจะต้องจ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้า 1 เดือน
- เลิกจ้างเพื่อปรับปรุงหน่วยงาน หรือลดจำนวนลูกจ้าง: นายจ้างต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วัน หากลูกจ้างไม่ได้รับแจ้งจะได้เงินชดเชยแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 60 วัน
- เลิกจ้างจากการย้ายสถานประกอบกิจการ: ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน หากลูกจ้างไม่ได้รับแจ้ง จะได้รับเงินชดเชยแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน ทั้งนี้ ในกรณีที่มีการบอกล่วงหน้า แต่ลูกจ้างไม่ต้องการย้ายไปทำงานที่ใหม่ ก็มีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่า 50% ของค่าชดเชยถูกเลิกจ้างที่มีสิทธิได้รับ
เงินทดแทนกรณีว่างงาน
หากลูกจ้างได้รับสิทธิประกันสังคม และจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนว่างงาน จะได้รับเงินทดแทนในกรณีว่างงาน โดยจะต้องไปยื่นเรื่องที่สำนักงานประกันสังคม ในเขตใกล้บ้าน และได้รับเงินโอนทดแทนการขาดรายได้ ตามสิทธิของผู้ประกันตนในอัตราที่กำหนด
ทั้งนี้ หากคุณกำลังมองหาระบบการทำงานที่โปร่งใส และแม่นยำ ขอแนะนำ Cloud-TA ระบบบันทึกเวลาทำงานออนไลน์ ที่ช่วยให้องค์กรของคุณ จัดการเวลาทำงานได้อย่างถูกต้อง และเป็นไปตามกฎหมายแรงงาน ทำให้ลดความเสี่ยงด้านข้อพิพาทแรงงานได้เป็นอย่างดี

หากโดนเชิญออกกะทันหัน ควรทำอย่างไรไม่ให้เสียเปรียบ?
สำหรับใครที่ถูกเชิญให้ออกกะทันหัน ไม่ต้องกังวลใจกันไป เพราะลูกจ้างแต่ละคนมีสิทธิได้รับค่าชดเชย หรือค่าตกใจตามกฎหมายแรงงาน รวมถึงเงินทดแทนต่าง ๆ ตามสิทธิที่มี โดย Cloud-TA ได้รวบรวมวิธีรับมือ เมื่อโดนเชิญออกกะทันหันมาไว้ให้แล้ว ดังนี้
ขอเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร
อันดับแรก ควรขอเอกสารหนังสือเลิกจ้าง ที่มีการระบุเหตุผล วันสิ้นสุดการจ้าง และรายละเอียดสิทธิต่าง ๆ ที่จะได้รับจากนายจ้างอย่างชัดเจน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในกรณีที่เกิดข้อพิพาท และขอสิทธิประโยชน์จากหน่วยงานรัฐ หรือดำเนินคดี หากไม่ได้รับค่าชดเชยตามที่กำหนด
ตรวจสอบสิทธิตามกฎหมายแรงงาน
ในกรณีที่ยังไม่ได้รับหนังสือเลิกจ้าง แนะนำให้ตรวจสอบสิทธิตามกฎหมายแรงงาน เช่น ค่าจ้าง ค่าชดเชยตามอายุงาน ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าชดเชยพิเศษ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ หรือถูกนายจ้างเอาเปรียบโดยไม่ทันตั้งตัว
แจ้งกรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน
หากไม่ได้รับค่าชดเชย หรือค่าตกใจตามที่กฎหมายแรงงานกำหนด ผู้ถูกเลิกจ้างควรยื่นคำร้อง ต่อพนักงานตรวจแรงงาน ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ถูกเลิกจ้าง ซึ่งทางหน่วยงานจะเรียกนายจ้าง มาเจรจาไกล่เกลี่ย และตรวจสอบสิทธิตามกฎหมาย เพื่อให้คุณได้รับค่าชดเชยอย่างที่ควรจะได้รับ
ลงทะเบียนว่างงานกับประกันสังคม
นอกเหนือจากการได้รับค่าชดเชย หรือค่าตกใจแล้ว ผู้ที่กำลังว่างงาน จากการถูกเชิญออก หรือปลดออกจากตำแหน่ง ควรลงทะเบียนว่างงานที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม ภายใน 30 วัน เพื่อรับเงินทดแทนกรณีว่างงาน สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน
ก็จบกันไปแล้วกับ สาระน่ารู้เกี่ยวกับการออกจากงาน ที่ได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน โดยจะเห็นได้ว่า มนุษย์เงินเดือนทุกคนควรมีความรู้ และความเข้าใจพื้นฐาน เกี่ยวกับสิทธิพื้นฐานของตัวเอง เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกเอาเปรียบ หากถูกเลิกจ้างในอนาคต
สุดท้ายนี้ หากองค์กรต้องการเครื่องมือ ที่เข้ามาช่วยให้การบริหารจัดการเวลาเข้าออกของพนักงาน และข้อมูลต่าง ๆ มีประสิทธิภาพ Cloud-TA ระบบ Time Attendance ที่ช่วยให้การจัดการข้อมูลของพนักงานสะดวก รวดเร็ว และไม่ละเมิดกฎหมายแรงงาน หากสนใจ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Website: https://cloud-ta.com/
Email: cloud-ta@innova.co.th
Tel: 091-717-5499, 092-273-1760 (Sale)
Line: @Cloud-TA
