การเลิกจ้าง เป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกองค์กร ไม่ว่าจะเกิดจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ ลดต้นทุน หรือเหตุผลด้านประสิทธิภาพการทำงาน ดังนั้น ทั้งฝ่าย HR และพนักงานจึงควรทำความเข้าใจ “วิธีคิดเงินชดเชยเลิกจ้าง” ตามกฎหมายแรงงานให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาทในภายหลัง
ในบทความนี้ Cloud-TA จึงขอพาคุณไปทำความเข้าใจตั้งแต่ความหมายของเงินชดเชยเลิกจ้าง สิทธิ์ที่ควรได้รับ ไปจนถึงตัวอย่างการคำนวณแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้ทั้ง HR และพนักงานสามารถตรวจสอบสิทธิ์ของตนเองได้อย่างถูกต้องและปฏิบัติได้สอดคล้องตามกฎหมายแรงงาน ถ้าพร้อมแล้ว ไปเริ่มกันเลย

ทำความเข้าใจ “เงินชดเชยเลิกจ้าง” คืออะไร
เงินชดเชยเลิกจ้าง คือเงินที่นายจ้างต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้าง เมื่อมีการเลิกจ้าง โดยเป็นสิทธิ์ที่กำหนดไว้ตามกฎหมายแรงงาน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบด้านรายได้ของลูกจ้างหลังจากออกจากงาน
โดยการเลิกจ้างในที่นี้ หมายถึง การที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อ และไม่จ่ายค่าจ้าง ไม่ว่าจะเกิดจากการสิ้นสุดสัญญา หรือเหตุอื่น ๆ รวมถึงกรณีที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายแรงงานยังมีข้อยกเว้นบางอย่าง เช่น กรณีลูกจ้างมีสัญญาจ้างแบบมีกำหนดระยะเวลาแน่นอน และสิ้นสุดตามกำหนด หรือกรณีที่เข้าข่ายความผิดร้ายแรงตามกฎหมาย ก็อาจไม่ได้รับเงินชดเชย (อ้างอิงจาก มาตรา 118 เรื่องเงินชดเชย และมาตรา 119 เรื่องกรณีไม่ต้องจ่ายชดเชย เช่น ทุจริต ละทิ้งหน้าที่ ฯลฯ)
ใครบ้างมีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชยเลิกจ้าง ?
โดยทั่วไปลูกจ้างที่มีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชย ได้แก่
- พนักงานประจำ ที่ทำงานครบระยะเวลาตามเกณฑ์
- ลูกจ้างที่ไม่ได้กระทำผิดร้ายแรง
- ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้สมัครใจลาออก
ทั้งนี้ สิทธิ์จะขึ้นอยู่กับ “อายุงาน” เป็นหลัก ซึ่งเป็นตัวกำหนดจำนวนวันที่จะได้รับเงินชดเชย

วิธีคิดเงินชดเชยเลิกจ้างตามอายุงาน ตามกฎหมายแรงงานไทย
วิธีคิดเงินชดเชยเลิกจ้างตามกฎหมายแรงงาน จะพิจารณาจาก “อายุงานของลูกจ้าง” เป็นหลัก โดยยิ่งทำงานนาน ก็ยิ่งได้รับเงินชดเชยในจำนวนวันที่มากขึ้น ซึ่งกฎหมายได้กำหนดอัตราขั้นต่ำไว้ชัดเจนตามมาตรา 118 ซึ่งอ้างอิงจาก “ค่าจ้างอัตราสุดท้าย” ของลูกจ้าง และจำนวนวันที่กำหนดตามช่วงอายุงาน ดังนี้
- อายุงานไม่ถึง 120 วัน: ไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชย
- อายุงานครบ 120 วัน แต่ไม่ถึง 1 ปี: ได้รับเงินชดเชยไม่น้อยกว่า 30 วัน
- อายุงานครบ 1 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี: ได้รับเงินชดเชยไม่น้อยกว่า 90 วัน
- อายุงานครบ 3 ปี แต่ไม่ถึง 6 ปี: ได้รับเงินชดเชยไม่น้อยกว่า 180 วัน
- อายุงานครบ 6 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี: ได้รับเงินชดเชยไม่น้อยกว่า 240 วัน
- อายุงานครบ 10 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี: ได้รับเงินชดเชยไม่น้อยกว่า 300 วัน
- อายุงานครบ 20 ปีขึ้นไป: ได้รับเงินชดเชยไม่น้อยกว่า 400 วัน
ทั้งนี้ หากองค์กรของคุณต้องคำนวณเงินชดเชยเลิกจ้าง ให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงาน ขอแนะนำ Cloud-TA โปรแกรม HR Payroll ที่ช่วยจัดการเงินเดือน ภาษี และสิทธิประโยชน์ได้อย่างแม่นยำ และลดความผิดพลาด พร้อมด้วยฟังก์ชัน Time Attendance ที่ช่วยบันทึกเวลาทำงาน และตรวจสอบอายุงานได้ง่าย ครบจบในระบบเดียว ตอบโจทย์ทุกธุรกิจ
แจกวิธีคำนวณเงินชดเชยเลิกจ้าง พร้อมสูตรการคิด และตัวอย่าง
วิธีคิดเงินชดเชยเลิกจ้างตามกฎหมายแรงงาน สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยอ้างอิงจาก “ค่าจ้างอัตราสุดท้าย” และ “จำนวนวันตามอายุงาน” ที่กฎหมายกำหนด โดยมีสูตรคำนวณ ดังนี้
เงินชดเชย = เงินเดือนล่าสุด ÷ 30 × จำนวนวันที่ได้รับ
3 ข้อควรรู้สำหรับ HR และพนักงาน ก่อนการเลิกจ้าง
การเลิกจ้างไม่ใช่แค่เรื่องของการคำนวณเงิน แต่ยังเกี่ยวข้องกับขั้นตอนและเอกสารที่สำคัญ ซึ่งทั้ง HR และพนักงานควรรู้ ดังนี้
เอกสารที่ควรเตรียม
- หนังสือเลิกจ้าง หรือเอกสารแจ้งสิ้นสุดสภาพการจ้าง
- สลิปเงินเดือน หรือหลักฐานแสดงค่าจ้างล่าสุด
- สัญญาจ้างงาน หรือข้อตกลงการจ้าง
วิธีตรวจสอบสิทธิ์ตัวเอง
- เช็กอายุงานย้อนหลังให้ถูกต้อง
- ตรวจสอบฐานเงินเดือนล่าสุดที่ใช้คำนวณ
- เปรียบเทียบกับเกณฑ์ตามกฎหมายแรงงาน
สิ่งที่ควรระวังในการเลิกจ้าง
- การเลิกจ้างต้องมีเหตุผลรองรับตามกฎหมาย
- ควรแจ้งล่วงหน้าหรือจ่ายค่าบอกกล่าวแทน
- หลีกเลี่ยงการเลิกจ้างที่อาจเข้าข่ายไม่เป็นธรรม
ตัวอย่างการคำนวณค่าจ้างต่อวัน
หากเงินเดือน 30,000 บาท ค่าจ้างต่อวัน = 30,000 ÷ 30 = 1,000 บาท จากนั้นให้นำค่าจ้างต่อวันไปคูณกับจำนวนวันที่ได้รับตามอายุงาน
กรณีที่ 1: เงินเดือน 15,000 บาท อายุงาน 2 ปี
- ได้รับสิทธิ์ 90 วัน
- ค่าจ้างต่อวัน = 500 บาท
- เงินชดเชย = 500 × 90 = 45,000 บาท
กรณีที่ 2: เงินเดือน 30,000 บาท อายุงาน 7 ปี
- ได้รับสิทธิ์ 240 วัน
- ค่าจ้างต่อวัน = 1,000 บาท
- เงินชดเชย = 1,000 × 240 = 240,000 บาท
กรณีที่ 3: เงินเดือน 50,000 บาท อายุงาน 12 ปี
- ได้รับสิทธิ์ 300 วัน
- ค่าจ้างต่อวัน ≈ 1,666.67 บาท
- เงินชดเชย ≈ 1,666.67 × 300 = 500,000 บาท (โดยประมาณ)
สรุปให้แล้ว ! กรณีไหนบ้างที่ “นายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินชดเชย”
หลังจากทราบวิธีคิดเงินชดเชยเลิกจ้างกันไปแล้ว ต่อมาเราจะมาสรุปได้แบบเข้าใจง่ายว่า กรณีไหนบ้างที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินชดเชย โดยตามกฎหมายแรงงาน (มาตรา 119) มีบางกรณีที่นายจ้างสามารถเลิกจ้างโดย ไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยได้ หากลูกจ้างกระทำความผิดร้ายแรง ดังต่อไปนี้
- ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดทางอาญาต่อนายจ้าง
- จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
- ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จนทำให้นายจ้างเสียหาย
- ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน แม้ได้รับหนังสือเตือนแล้ว (ยกเว้นกรณีร้ายแรงที่ไม่ต้องเตือน)
- ละทิ้งหน้าที่ติดต่อกัน 3 วันทำงาน โดยไม่มีเหตุอันสมควร
- ถูกพิพากษาจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด (ยกเว้นความผิดลหุโทษ)
หมายเหตุ: กรณีเหล่านี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมายอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นนายจ้างอาจยังมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินชดเชย
ทั้งนี้ หากคุณเป็นองค์กร ที่ต้องดูแลการเลิกจ้าง และคำนวณเงินชดเชยให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงาน การมีระบบที่ช่วยจัดการข้อมูลพนักงานอย่างเป็นระบบ จะช่วยลดความผิดพลาด และความเสี่ยงทางกฎหมายได้อย่างมาก
Cloud-TA เป็นโปรแกรม HR Payroll ครบวงจร ช่วยจัดการเงินเดือน คำนวณภาษี และรองรับการคำนวณสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ พร้อมลดภาระงานเอกสารของฝ่าย HR นอกจากนี้ Cloud-TA ยังเป็นโปรแกรม Time Attendance ที่ช่วยบันทึกเวลาการทำงานแบบออนไลน์ ตรวจสอบข้อมูลการทำงานย้อนหลังได้ง่าย ทำให้การคำนวณอายุงาน และสิทธิ์ต่าง ๆ เป็นไปอย่างถูกต้อง และโปร่งใส ตอบโจทย์ทุกธุรกิจในยุคดิจิทัล
สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล หรือทดลองสินค้าได้ที่
Website: https://cloud-ta.com/
Email: cloud-ta@innova.co.th
Tel: 091-717-5499, 092-273-1760 (Sale)
Line: @Cloud-TA
