แม้ว่าในปัจจุบันคนส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับการทำงานแบบ Work Life Balance และมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยงานในแต่ละอุตสาหกรรมกันมากขึ้น ทำให้ชั่วโมงในการทำงานน้อยลงตามไปด้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีอีกหลากหลายอาชีพ ที่ต้องการบุคลากรจำนวนมาก และจำเป็นต้องทำงานล่วงเวลา ซึ่งหากปล่อยให้พนักงานทำงานล่วงเวลา อาจผิดต่อ กฎหมายแรงงาน เวลาทำงาน โดยตรง
ดังนั้น สิ่งที่ผู้ประกอบการ และ HR ต้องเรียนรู้ คือ เรื่องของกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้องกับเวลาในการทำงาน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับความเป็นธรรม โดยในบทความนี้ Cloud-TA จะพาทุกคนมาทำความเข้าใจกฎหมายแรงงาน เวลาทำงานในทุกด้าน ตั้งแต่การทำงานล่วงเวลา การทำงานนอกเหนือเวลางาน และวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ควรจะได้รับ จะมีอะไรบ้าง เรามาดูกัน

อัปเดตกฎหมายแรงงาน เวลาทำงานที่ HR ทุกคนต้องรู้
กฎหมายแรงงานข้อสำคัญที่ HR และผู้ประกอบการต้องทำความเข้าใจ คือ กฎหมายเกี่ยวกับเวลาทำงาน เพื่อป้องกันไม่ให้เอาเปรียบพนักงาน และลดความเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องในภายหลัง ดังนั้น ลองมาทำความเข้าใจกันว่ากฎหมายแรงงาน เวลาทำงานกำหนดไว้อย่างไร และทำไมถึงมีความสำคัญต่อองค์กร
เวลาทำงาน
- ไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
- งานอันตรายตามที่กำหนดในกระทรวง ทำงานไม่เกิน 7 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 42 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
เวลาพัก
- ในวันที่มีการทำงาน ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีเวลาพักติดต่อกัน ไม่น้อยกว่าวันละ 1 ชั่วโมง
- นายจ้างและลูกจ้าง สามารถตกลงกันล่วงหน้าให้มีเวลาพักน้อยกว่าครั้งละ 1 ชั่วโมงได้ แต่จะต้องไม่น้อยกว่าครั้งละ 20 นาที และเมื่อรวมกันแล้ว ต้องไม่น้อยกว่าวันละ 1 ชั่วโมง
- ในกรณีที่จำเป็นต้องทำงานติดต่อกัน หรือเป็นงานฉุกเฉินที่ไม่สามารถหยุดปฏิบัติงานได้ นายจ้างอาจไม่จัดเวลาพักตามที่กฎหมายกำหนดได้ โดยต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อนเสมอ
การทำโอที
ในพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ได้มีการกำหนดว่า หากมีความจำเป็นที่ลูกจ้างต้องทำงานล่วงเวลา หรือทำงานเกิน 8 ชั่วโมง/วัน นายจ้างจะต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง และต้องจ่ายค่าล่วงเวลาตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
วันหยุดประจำสัปดาห์
- วันหยุดประจำสัปดาห์ ต้องไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 วัน โดยมีระยะห่างไม่เกิน 6 วัน
- ในกรณีที่ให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุด ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดประจำสัปดาห์ (ยกเว้นลูกจ้างรายชั่วโมง)
- นายจ้าง และลูกจ้างต้องมีการตกลงกันล่วงหน้า เพื่อกำหนดให้มีวันหยุดประจำสัปดาห์วันใดก็ได้
- สำหรับผู้ที่ทำงานโรงแรม งานขนส่ง งานในป่า งานในที่ทุรกันดาร และงานอื่น ๆ ตามที่กระทรวงฯ กำหนด นายจ้างและลูกจ้างต้องตกลงล่วงหน้า เพื่อสะสม และเลื่อนวันหยุดประจำสัปดาห์ไปเมื่อใดก็ได้ แต่ต้องอยู่ในระยะเวลาไม่เกิน 4 สัปดาห์ติดต่อกัน
- กรณีวันหยุดประจำสัปดาห์ไม่แน่นอน ให้นายจ้างประกาศวันหยุดให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 3 วัน และแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานตรวจแรงงานทราบ ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ประกาศ

ชวนรู้! ทำไมการกำหนดเวลาทำงาน ถึงเป็นเรื่องสำคัญในองค์กร
กฎหมายคุ้มครองแรงงาน เกี่ยวกับเวลาทำงานและเวลาพัก รวมถึงการทำงานนอกเหนือเวลางาน ถูกกำหนดขึ้นเพื่อปกป้องสิทธิ และความเป็นอยู่ที่ดีของลูกจ้าง
ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการ และทีม HR จะต้องมีการจัดการเวลาทำงาน และเวลาพักของลูกจ้าง ให้เหมาะสมตามกฎหมาย เพื่อป้องกันการทำงานหนักเกินไป และลดความเครียดในการทำงาน ซึ่งข้อดีของการกำหนดเวลาทำงาน ให้ถูกต้องตามกฎหมาย มีดังนี้
เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
การทำงานที่มากเกินไป อาจทำให้พนักงานรู้สึกเหนื่อยล้า ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ดังนั้น หากองค์กรมีการกำหนดเวลาทำงานที่เหมาะสม ก็จะช่วยลดความเครียดสะสม จากการทำงานตลอดทั้งวัน ทั้งยังช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้งสัปดาห์ โดยที่ไม่รู้สึกเหนื่อยมากจนเกินไป
ป้องกันอุบัติเหตุในองค์กร
การทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ถือเป็นปัจจัยสำคัญ ที่เข้ามาเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุภายในที่ทำงาน เช่น พนักงานเกิดอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ และเป็นลม รวมถึงเกิดอุบัติเหตุจากการใช้เครื่องจักร นอกจากนี้ ความเหนื่อยล้าสะสม อาจทำให้พนักงานหลายคน เกิดข้อผิดพลาดในการทำงานได้ง่ายอีกด้วย
ดูแลสุขภาพของพนักงานให้แข็งแรง
ผลกระทบจากการทำงานหนักเกินไป ไม่ได้มีแค่ปัญหาความเครียดสะสมเท่านั้น แต่ยังมีอาการออฟฟิศซินโดรม ที่เกิดขึ้นจากการนั่งทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ดังนั้น หากองค์กรมีการจัดชั่วโมงทำงาน และเวลาพักที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้พนักงานได้มีเวลาพักยืดเส้นยืดสาย และแวะพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน เพื่อคลายเครียด ทำให้สุขภาพกาย และสุขภาพจิตของพนักงานในองค์กรดียิ่งขึ้นกว่าเดิม
ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ดี
หากองค์กรมีการจัดการเวลาทำงานที่เหมาะสม และเป็นธรรมต่อพนักงาน ก็ยิ่งเป็นการส่งเสริมให้บรรยากาศในการทำงาน และสังคมในองค์กรดียิ่งขึ้น เพราะพนักงานแต่ละคนมีเวลาทำความรู้จักกันคนในองค์กรมากขึ้น ไม่ใช่แค่การนั่งทำงานเพียงอย่างเดียว
ทั้งนี้ หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยดี ๆ ในการจัดการเวลาทำงานของพนักงาน อย่าลืมนึกถึง Cloud-TA ระบบเช็กอินเข้า – ออกงานที่ใช้งานง่าย รองรับการทำงานขององค์กรที่มีคนหลายช่วงวัย ทั้งยังช่วยให้ HR สังเกตได้ว่าพนักงานแต่ละคน ทำงานเกินกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่
Q&A เกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน เวลาทำงาน ศึกษาก่อนถูกเอาเปรียบ
สำหรับใครที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน เวลาทำงาน เพราะไม่แน่ใจว่ากฎระเบียบในองค์กรของตัวเอง เข้าข่ายเอาเปรียบสิทธิของพนักงานหรือไม่ ก็ไม่ต้องกังวลกันไป เพราะ Cloud-TA ได้รวบรวมข้อสงสัยเกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน ที่เกี่ยวข้องกับเวลาทำงาน และเวลาพักที่ควรได้รับมาให้แล้ว ดังนี้
หากบริษัทให้ลูกจ้างทำงานเกิน 8 ชั่วโมง ถือว่าผิดกฎหมายหรือไม่
ในกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ได้กำหนดเวลาทำงานสำหรับพนักงานไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และ 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หากเป็นงานที่มีความเสี่ยงอันตราย เวลาทำงานจะลดลงเหลือไม่เกิน 7 ชั่วโมงต่อวัน และ 42 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ อีกทั้งหากพนักงานต้องทำงานเกินกว่าชั่วโมงทำงานปกติ จะต้องได้รับค่าตอบแทนพิเศษ ในอัตราที่สูงกว่าค่าจ้างปกติตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ในกรณีที่นายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น ให้ลูกจ้างทำงานเกินเวลา และไม่ได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเติม รวมถึงได้รับเวลาพักน้อยกว่า 1 ชั่วโมง หรือไม่มีเวลาพัก โดยที่ไม่ได้รับความยินยอม จะต้องระวางโทษปรับ 5,000-200,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยนายจ้างต้องชำระค่าปรับภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งผลคดี
หากบริษัทติดต่องาน หลังเวลาเลิกงาน สามารถปฏิเสธการติดต่อได้ไหม
เชื่อว่าหลายคน คงเคยประสบปัญหาหัวหน้างาน หรือนายจ้างโทรตามหลังเลิกงาน ซึ่งในกฎหมายแรงงาน มาตรา 23/1 วรรคสาม ได้มีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “เมื่อสิ้นสุดเวลาทำงานปกติ ตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน หรือสิ้นสุดการทำงาน ตามที่นายจ้างมอบหมาย ลูกจ้างมีสิทธิปฏิเสธในการติดต่อสื่อสาร ไม่ว่าในทางใด ๆ เว้นแต่ลูกจ้างได้ให้ความยินยอม โดยทำหนังสือไว้ล่วงหน้า”
ทั้งนี้ หากนายจ้างมีความจำเป็น ที่จะต้องติดต่อกับพนักงานนอกเวลางาน ควรติดต่อเฉพาะกรณีเร่งด่วนเท่านั้น โดยไม่มีลักษณะเป็นการให้พนักงาน หากมีการติดต่อให้ทำงานล่วงเวลา นายจ้างต้องจ่ายค่าโอที หรือค่าล่วงเวลาให้กับพนักงาน
โดนหัวหน้างานให้ทำงานนอกสถานที่ทำงาน ขอค่าทำงานล่วงเวลาได้หรือไม่
เนื่องจาก กฎหมายแรงงานได้ระบุไว้ว่า การทำงานล่วงเวลาต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างทุกครั้ง ดังนั้น หากถูกหัวหน้างานให้ทำงานนอกสถานที่ทำงาน ผ่านการสั่งงานนอกเวลางาน เช่น สั่งงานผ่านไลน์ หรือโทรตาม โดยที่ไม่ได้ถามความยินยอม
ในกรณีนี้ลูกจ้างสามารถเก็บข้อมูล การทำงานนอกเวลาได้ โดยเก็บข้อมูลการทำงานนอกเวลา เช่น หลักฐานการสั่งงาน หรือบันทึกช่วงเวลาที่เข้า – ออกงานนอกเวลาอย่างละเอียด ซึ่งไม่จำกัดแค่การทำงานในออฟฟิศเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการทำงานที่บ้านด้วย
เป็นอย่างไรบ้างกับ กฎหมายแรงงาน ที่เกี่ยวข้องกับเวลาทำงานของพนักงานในองค์กร ซึ่งเป็นหนึ่งในกฎหมายที่ผู้ประกอบการ ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในทางกฎหมาย และส่งเสริมวัฒนธรรมในองค์กรให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงดูแลสุขภาพกาย และสุขภาพจิตของพนักงานให้ดีขึ้นในระยะยาว
สุดท้ายนี้ หากต้องการยกระดับองค์กรให้ทันสมัย และจัดเก็บเอกสารการทำงาน รวมถึงเอกสารส่วนตัวของพนักงานให้ปลอดภัย ขอแนะนำให้ลองใช้ระบบ Time Attendance ของ Cloud-TA เพื่อให้การบริหารงานในองค์กรมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หากสนใจ สามารถติดต่อได้ที่
Website: https://cloud-ta.com/
Email: cloud-ta@innova.co.th
Tel: 091-717-5499, 092-273-1760 (Sale)
Line: @Cloud-TA
