ค่าชดเชยเลิกจ้าง

การพ้นสภาพการเป็นพนักงาน โดยกรณีถูกเลิกจ้างจากบริษัท เป็นสถานการณ์ที่ลูกจ้างหลายคน อาจต้องเจอแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งพนักงานเอกชนจำนวนไม่น้อย ยังไม่เข้าใจสิทธิของตนเอง บางคนไม่ทราบว่าตนมีสิทธิได้รับ ค่าชดเชยเลิกจ้าง หรือบางกรณียอมเขียนใบลาออกเอง

เพราะในความเป็นจริง การเลิกจ้างลูกจ้างไม่ได้เป็นเรื่องที่นายจ้าง สามารถดำเนินการได้ตามใจ ดังนั้น เพื่อไม่ให้ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ และสามารถเรียกร้องสิทธิของตนเองได้อย่างถูกต้อง ในบทความนี้ Cloud-TA ขอพาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเงื่อนไขค่าชดเชยเลิกจ้าง ว่าใครมีสิทธิได้รับบ้าง ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

ค่าชดเชยเลิกจ้าง

รวมทุกกรณีได้ค่าชดเชยเลิกจ้าง เช็กสิทธิให้ชัวร์ก่อนเสียเปรียบ

เมื่อมีการเลิกจ้างพนักงาน ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน แต่ทั้งนี้ สิทธิดังกล่าวไม่ได้ครอบคลุมทุกกรณี จึงควรทำความเข้าใจเงื่อนไขให้ชัดเจน โดยกรณีที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยเลิกจ้าง มีดังนี้

เลิกจ้างเมื่ออายุทำการงานครบ 120 วัน

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 กำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้าง ที่ทำงานติดต่อกันครบ 120 วันขึ้นไป หากถูกเลิกจ้าง โดยไม่ได้เกิดจากความผิดร้ายแรงของลูกจ้าง

ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดร้ายแรง

ในกฎหมายแรงงานตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 ระบุกรณีที่นายจ้างสามารถเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยไว้ 6 ข้อ ได้แก่

  1. ทุจริตต่อหน้าที่ หรือทำผิดอาญา
  2. เจตนาทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
  3. ประมาทร้ายแรงจนทำให้นายจ้างเสียหาย
  4. ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หลังได้รับหนังสือเตือน
  5. ละทิ้งหน้าที่ 3 วันติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุผล
  6. ถูกพิพากษาจำคุก

หากการเลิกจ้างไม่เข้าข่ายทั้ง 6 กรณีข้างต้น จะถือว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดร้ายแรง ลูกจ้างจึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามอายุงานที่กฎหมายกำหนด

นายจ้างเลิกจ้างด้วยเหตุผลทางธุรกิจ

ในทางปฏิบัติ ธุรกิจอาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ การปรับโครงสร้างองค์กร การลดต้นทุน หรือการยุบตำแหน่งงาน ทำให้นายจ้างจำเป็นต้องลดจำนวนพนักงาน รวมไปถึงการเลิกจ้างจากประสิทธิภาพการทำงานของลูกจ้าง ในกรณีนี้ ลูกจ้างยังคงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยเลิกจ้างตามกฎหมาย แม้การเลิกจ้างจะเกิดจากเหตุผลทางธุรกิจก็ตาม

เลิกจ้างเพราะอายุครบเกษียณ

สำหรับแรงงานภาคเอกชน เมื่อมีการกำหนดอายุเกษียณ โดยทั่วไปคือ 55 ปีบริบูรณ์ หรือแล้วแต่นโยบายบริษัท การสิ้นสุดสภาพการจ้างในกรณีนี้ ถือเป็นการเลิกจ้างตามกฎหมาย ไม่ใช่การลาออกโดยสมัครใจ ดังนั้น นายจ้างต้องจ่ายเงินชดเชยค่าเลิกจ้าง ให้ตามอายุงานเช่นเดียวกัน

เลิกจ้างโดยไม่แจ้งล่วงหน้าตามกำหนด

การเลิกจ้างโดยไม่แจ้งล่วงหน้าตามกฎหมาย หรือที่หลายคนเรียกว่า ค่าตกใจ คือ เงินชดเชยเพิ่มเติมที่นายจ้างไม่แจ้งล่วงหน้าตามกำหนด จะต้องจ่าย “ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า” ให้แก่ลูกจ้าง นอกเหนือจากค่าชดเชยตามปกติ ตามกฎหมายแรงงาน นายจ้างมีหน้าที่ต้องแจ้งการเลิกจ้างล่วงหน้าอย่างน้อย 1 งวดการจ่ายค่าจ้าง หรือไม่น้อยกว่า 30 วัน 

ไขข้อสงสัย ค่าชดเชยเลิกจ้าง ต้องได้ภายในกี่วัน ?

ตามกฎหมายแรงงาน มีการกำหนดไว้อย่างชัดเจน เกี่ยวกับระยะเวลาในการจ่ายเงินชดเชยค่าเลิกจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชย “ทันทีในวันสิ้นสุดการทำงาน” โดยไม่สามารถอ้างเหตุผลถึงความล่าช้าอื่น ๆ เพื่อเลื่อนการจ่ายได้

สำหรับผู้ประกอบการ หรือเจ้าของธุรกิจที่กำลังมองหาเครื่องมือช่วยจัดการเวลาทำงานของพนักงาน เพื่อนำข้อมูลไปใช้อ้างอิงตามระเบียบการทำงาน และกฎหมายแรงงาน ขอแนะนำ Cloud-TA ระบบบันทึกเวลาทำงานออนไลน์ ที่มาพร้อมฟังก์ชันคำนวณเงินเดือนแบบครบวงจร ช่วยรวบรวมข้อมูลงาน HR ไว้ในเครื่องมือเดียว 

ไม่ว่าจะเป็น การลงเวลาเข้า-ออก การคำนวณชั่วโมงทำงาน การจัดการวันลา ไปจนถึงการสรุปเงินเดือน ทำให้การบริหารจัดการเป็นเรื่องง่าย สะดวก และรวดเร็ว ลดภาระงานเอกสาร ไม่ต้องเสียเวลาไล่ค้นข้อมูลย้อนหลัง

ค่าชดเชยเลิกจ้าง

แนะนำการเตรียมรับมือ กรณีไม่ได้รับค่าชดเชยเลิกจ้างอย่างเป็นธรรม

ในกรณีที่ลูกจ้างต้องเจอกับการเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม หรือไม่ได้รับค่าชดเชยตามสิทธิที่กฎหมายแรงงานกำหนด อย่าเพิ่งตัดสินใจยอมรับสภาพโดยไม่มีการตรวจสอบ เพราะคุณสามารถทวงคืนสิทธิของตนเองได้ ก่อนตัดสินใจฟ้องร้องต่อศาลแรงงาน แนะนำให้เตรียมพร้อมตามขั้นตอน ดังนี้

ตรวจสอบสัญญาจ้าง และเอกสารเลิกจ้าง

เริ่มจากการรวบรวมสัญญาจ้างงาน หนังสือแต่งตั้ง หนังสือเลิกจ้าง หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อตรวจสอบเงื่อนไขการจ้าง ระยะเวลาทำงาน รวมถึงเหตุผลในการเลิกจ้าง ว่าตรงตามที่กฎหมายแรงงานกำหนดหรือไม่ เอกสารเหล่านี้ถือเป็นหลักฐานสำคัญ ในการยืนยันสิทธิของลูกจ้าง

เก็บหลักฐานการทำงาน

ต่อมาให้เตรียมสลิปเงินเดือน หนังสือรับรองการทำงาน ตารางเวลาทำงาน หรือหลักฐานอื่น ๆ ที่แสดงถึงความสัมพันธ์ในการจ้างงาน เพื่อยืนยันรายได้ และอายุงานที่ผ่านมา หลักฐานเหล่านี้มีผลต่อการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ หรือศาลแรงงานในการประเมินค่าชดเชยที่ควรได้รับ

ปรึกษากรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

หากสงสัยว่าเข้าข่ายถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม ควรติดต่อขอคำปรึกษาจากกรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงานโดยเร็ว เจ้าหน้าที่จะช่วยให้คำแนะนำเกี่ยวกับสิทธิ ขั้นตอนการร้องเรียน และแนวทางการดำเนินเรื่องตามกฎหมาย ซึ่งอาจช่วยไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนถึงขั้นฟ้องศาล

สรุปเช็กลิสต์สำคัญ หลังถูกเลิกจ้างต้องทำอะไร ? 

การเลิกจ้างอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น การปรับโครงสร้างของธุรกิจ หรือประสิทธิภาพการทำงานของลูกจ้างเอง อย่างไรก็ตาม เมื่อออกจากงานแล้ว สิ่งสำคัญคือ การตั้งสติ และตรวจสอบสิทธิของตนเองให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้พลาดผลประโยชน์ โดยสามารถเช็กตามลิสต์ ดังนี้

ทวงถามค่าจ้างค้างจ่าย

ตรวจสอบ และทวงถามค่าจ้างที่ยังไม่ได้รับ เช่น เงินเดือนงวดสุดท้าย ค่าล่วงเวลา ค่าเบี้ยเลี้ยง หรือสวัสดิการอื่น ๆ ที่ตกลงไว้ในสัญญา เพราะตามกฎหมาย นายจ้างต้องจ่ายเงินเหล่านี้ให้ลูกจ้าง ภายในระยะเวลาที่กำหนดหลังเลิกจ้าง

ขอเอกสารรองรับการทำงาน

อย่าลืมขอหนังสือรับรองการทำงาน หรือเอกสารที่ยืนยันตำแหน่งหน้าที่ และระยะเวลาการทำงาน ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญสำหรับใช้สมัครงานใหม่ รวมถึงอาจใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นขอสิทธิต่าง ๆ ในอนาคต

ยื่นสิทธิประกันสังคมกรณีว่างงาน

นอกจากค่าชดเชยแล้ว ผู้ประกันตน ม.33 ยังสามารถยื่นขอเงินทดแทนกรณีว่างงานจากประกันสังคมได้ ไม่ว่าจะเป็น กรณีลาออก หรือถูกเลิกจ้าง โดยต้องไปขึ้นทะเบียนว่างงาน และยื่นเอกสารตามขั้นตอนที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ ชวนรู้เงื่อนไขค่าชดเชยเลิกจ้าง ก่อนเสียเปรียบสิทธิที่ควรได้รับตามกฎหมายแรงงาน การเข้าใจสิทธิของตนเองตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ลูกจ้างสามารถวางแผนชีวิตหลังถูกเลิกจ้างได้ดีขึ้น และไม่พลาดเงินหรือสวัสดิการสำคัญ อีกทั้งข้อมูลยังสามารถช่วยให้ฝ่าย HR สามารถปฏิบัติอย่างเป็นธรรมกับลูกจ้าง จนไม่นำมาสู่ความเสียหายต่อบริษัทได้

สุดท้ายนี้ สำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่องมือช่วยสร้างความเป็นธรรมในการทำงาน ทั้งในมุมของลูกจ้าง และเจ้าของธุรกิจ อย่าลืมนึกถึง Cloud-TA ระบบบันทึกเวลาทำงาน (Time & Attendance System) ที่ช่วยสร้างความโปร่งใสในองค์กร เพิ่มความถูกต้องในการคำนวณค่าจ้าง และลดปัญหาข้อโต้แย้งเรื่องเวลาทำงาน ทั้งยังช่วยให้การบริหารจัดการพนักงานเป็นระบบมากยิ่งขึ้น และรองรับธุรกิจทุกขนาด ในราคาเริ่มต้นเพียง 900 บาทต่อเดือน สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Website: https://cloud-ta.com/

Email: cloud-ta@innova.co.th

Tel: 091-717-5499, 092-273-1760 (Sale)

Line: @Cloud-TA