เมื่อรูปแบบการทำงานยุคใหม่ ปรับเปลี่ยนสู่ระบบ Work From Home (WFH) หลายคนมักเข้าใจผิดว่าสิทธิ และสวัสดิการที่ได้รับ จะน้อยกว่าพนักงานที่ทำงานในรูปแบบ On-Site หรือเข้าออฟฟิศทุกวัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ครอบคลุมการทำงานแบบ Work From Home เพื่อรองรับการทำงานที่ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น
ในบทความนี้ Cloud-TA ชวนมาดูสวัสดิการ สำหรับการทำงานแบบ Work From Home พร้อมกับดูสิ่งที่นายจ้างควรเตรียมความพร้อม เพื่อให้การทำงานที่บ้านมีประสิทธิภาพ และกระตุ้นความ Productive ของพนักงานได้ต่อเนื่อง

ส่อง! สิ่งที่ควรระบุในสัญญา หากมีการทำงานแบบ Work From Home
ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าในปัจจุบันคนส่วนใหญ่ทำงานแบบ Work From Home และ Hybrid Working มากขึ้น ส่งผลให้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2566 ได้มีการเพิ่มมาตรา 23/1 เพื่อรองรับการทำงานนอกสถานที่
อย่างไรก็ตาม บริษัทจะต้องมีการระบุเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ชัดเจนในสัญญา เพื่อสร้างความเป็นธรรม และอำนวยความสะดวกให้กับพนักงาน โดยสิ่งที่ควรระบุในรายละเอียดสัญญาจ้าง มีดังนี้
1. ระบุรูปแบบการทำงานให้ชัดเจน
สิ่งแรกที่ผู้ประกอบการ และ HR ควรทำให้ชัดเจน คือ การทำสัญญาจ้างงานที่เป็นธรรม และระบุรูปแบบการทำงานให้ชัดเจน เช่น ต้องการให้พนักงานเข้าออฟฟิศกี่วันต่อสัปดาห์ และต้องทำงานแบบ Work From Home กี่วันต่อสัปดาห์ เพื่อให้พนักงานมั่นใจว่าจะไม่ถูกปรับเปลี่ยน หรือแก้ไขรูปแบบการทำงานโดยไม่เป็นธรรม
2. เวลาทำงาน และเวลาพัก
การทำงานจากที่บ้าน ไม่ได้แปลว่าจะงดเวลาพักกลางวัน หรือต้องทำงานเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (ไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) ดังนั้น HR จะต้องกำหนดเวลาเริ่มงาน และเวลาเลิกงาน รวมถึงเวลาพักกลางวันให้ชัดเจน เช่น เข้างาน 09.00 น. พักกลางวันเวลา 12.00 น. และเลิกงาน 18.00 น.
ทั้งนี้ หากต้องการให้พนักงานทำงาน นอกเหนือจากชั่วโมงทำงานปกติ องค์กรต้องมีการจ่ายค่าทำงานล่วงเวลา (OT) ให้ตามอัตราที่กฎหมายแรงงานกำหนด
3. การจัดหาอุปกรณ์ และภาระค่าใช้จ่ายในการทำงาน
การทำงานแบบ Work From Home จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ สัญญาณอินเทอร์เน็ต หรืออุปกรณ์สำนักงานอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ประกอบการควรจัดหาอุปกรณ์ให้กับพนักงาน หรือมอบค่าเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ ในกรณีที่ให้พนักงานใช้คอมพิวเตอร์ หรือแล็ปท็อปของตัวเอง
นอกจากนี้ อาจให้ค่าสนับสนุนเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต ค่าไฟ และค่าโทรศัพท์ เพื่อให้พนักงานมองว่าการทำงานแบบ Work From Home คุ้มค่า และบริษัทให้คอยอำนวยความสะดวกให้กับพนักงานอยู่เสมอ
ทั้งนี้ การมีเครื่องมือเข้ามาช่วยบันทึกเวลาเข้า-ออกงาน จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับองค์กรที่กำลังมองหาระบบ Time Attendance ขอแนะนำ Cloud-TA ระบบบันทึกเวลาทำงานออนไลน์ ที่รองรับการใช้งานผ่านสมาร์ตโฟน ทำให้ HR สามารถตรวจสอบเวลางานของพนักงานในองค์กรได้ง่ายยิ่งกว่าเดิม
รู้หรือไม่? พนักงานมีสิทธิปฏิเสธนายจ้าง หากถูกขอให้ทำงานเกินเวลา
การทำงานจากที่บ้าน ทั้งในรูปแบบของ Work From Home, Work From Anywhere และ Hybrid Work อาจมีช่องว่างให้หัวหน้างานสั่งงาน และตามงานนอกเวลา ถือเป็นการเอาเปรียบพนักงานในองค์กร ทำให้กฎหมายแรงงานได้มีการระบุชัดเจนว่า
“ลูกจ้างมีสิทธิปฏิเสธการติดต่อสื่อสาร ไม่ว่าทางใดกับนายจ้าง หัวหน้างาน ผู้ควบคุมงาน หรือผู้ตรวจงาน เว้นแต่ลูกจ้างได้ให้ความยินยอมโดยทำหนังสือไว้ล่วงหน้า และลูกจ้างยังคงอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายแรงงานต่าง ๆ เช่นเดียวกับลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบการ”
ทั้งนี้ ในกรณีที่ลูกจ้างปฏิเสธการทำ OT ถือว่าไม่ผิดสัญญาจ้าง และนายจ้างไม่มีสิทธิ์ลงโทษ แต่หากหัวหน้างานต้องการให้ทำงานนอกเหนือเวลางาน จะต้องจ่ายค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 1.5 เท่า ในวันทำงานปกติ และ 3 เท่าในวันหยุด

เช็กลิสต์ สิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อม ก่อนเริ่มต้น Work From Home
เชื่อว่าหลายบริษัทกังวลว่า การปล่อยให้พนักงานทำงานแบบ Work From Home จะได้ผลลัพธ์ที่ดีตามที่ต้องการหรือไม่ ทำให้องค์กรส่วนใหญ่ ต้องมีการกำหนดเงื่อนไขในการทำงานให้รอบด้าน เพื่อให้การทำงานของทุกแผนกราบรื่น โดยสิ่งที่ควรกำหนดให้ชัดเจน มีดังนี้
- ขอบเขตและเป้าหมายงาน: กำหนดภาระหน้าที่ ผลงานที่ส่งมอบ พร้อมวางระบบการติดตามงานสม่ำเสมอ
- หลักเกณฑ์การทำ OT: ระบุเงื่อนไข และขั้นตอนอนุมัติการทำงานล่วงเวลาให้เป็นระบบ
- เงื่อนไขวันหยุดและลา: กำหนดช่องทางการแจ้งลา และแนวทางการประสานงานในช่วงวันหยุด
- ช่องทางการสื่อสาร: ระบุแนวทางการติดต่อระหว่างเวลางานให้ชัดเจน เพื่อให้ทุกทีมประสานงานกันได้อย่างราบรื่น
- การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล: วางมาตรการคุ้มครองข้อมูลภายในองค์กร และกำหนดแนวทางการจัดเก็บเอกสารให้ปลอดภัย
- ประเมินผลงานของพนักงานเป็นประจำ: เพื่อตรวจสอบว่าพนักงานแต่ละคน ทำงานได้ตามเป้าหมาย หรือมีปัญหาในการทำงานหรือไม่
สรุปสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน การทำงานแบบ Work From Home
โดยสรุปแล้ว การทำงาน Work From Home คือ รูปแบบการทำงานที่มีความยืดหยุ่น โดยที่พนักงานได้รับสิทธิ์ต่าง ๆ ครบถ้วน เหมือนกับพนักงานที่เข้าออฟฟิศทุกวัน ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างความยุติธรรมให้กับลูกจ้าง HR จะต้องระบุเงื่อนไขการทำงาน และสวัสดิการที่สนับสนุนพนักงานให้ชัดเจน
สุดท้ายนี้ สำหรับองค์กรที่ต้องการยกระดับการบริหารงานในองค์กร ขอแนะนำ Cloud-TA โปรแกรมลงเวลาเข้า-ออกงานผ่านสมาร์ตโฟน ที่เชื่อมต่อระบบ Payroll การคำนวณ OT วันหยุด และระบบยื่นคำร้องลาหยุด ช่วยให้ฝ่าย HR บริหารงานได้ง่าย และถูกต้องตามกฎหมายแรงงาน หากสนใจสั่งซื้อ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Website: https://cloud-ta.com/
Email: cloud-ta@innova.co.th
Tel: 091-717-5499, 092-273-1760 (Sale)
Line: @Cloud-TA
