การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นเรื่องที่ยากสำหรับมนุษย์เงินเดือน โดยเฉพาะ First Jobber ที่ยังไม่คุ้นชินกับการยื่นภาษีประจำปี หรือ วิธียื่นภาษีออนไลน์ และยังไม่แน่ใจว่าเงินเดือนของตัวเอง เข้าข่ายต้องเสียภาษีหรือไม่ ทำให้ HR ประจำบริษัทต้องคอยจัดอบรม และให้คำแนะนำให้ช่วงที่ต้องเสียภาษีประจำปี
ในบทความนี้ Cloud-TA จะมาสอน วิธียื่นภาษีออนไลน์ แบบ Step-by-Step พร้อมเคลียร์ทุกข้อสงสัยว่า ใครบ้างที่ต้องยื่นภาษี และยื่นได้ถึงเวลาไหน รวมถึงควรเตรียมเอกสารอะไรบ้าง เพื่อให้ HR สื่อสารกับพนักงานได้อย่างตรงจุด ไม่มีตกหล่น จะมีอะไรที่ต้องรู้บ้าง เราไปดูกันได้เลย

ทำความเข้าใจ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คืออะไร
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ ภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไป หรือจากหน่วยภาษีที่มีลักษณะพิเศษ ตามที่กฎหมายกำหนด และมีรายได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยปกติจัดเก็บเป็นรายปี
ซึ่งผู้มีเงินได้ มีหน้าที่ต้องนำไปแสดงรายการด้วยตัวเอง ตามแบบแสดงรายการภาษีที่กำหนด ภายในเดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคมของปีถัดไป หรือตามที่กรมสรรพากรกำหนด โดยทางกรมสรรพากรได้ระบุอีกว่า ผู้ที่มีสถานะต่อไปนี้ต้องยื่นภาษี ได้แก่
- คนโสดที่มีรายได้เกิน 120,000 บาทต่อปี
หากได้รับเงินเดือน แบบไม่มีรายได้อื่นรวมตลอดทั้งปีตั้งแต่ 120,000 บาท รวมถึงคนโสดที่มีรายได้ประเภทอื่นที่ไม่ใช่เงินเดือน (ภ.ง.ด.90) ตั้งแต่ 5,000 บาทต่อเดือน หรือ 60,000 บาทต่อปี มีหน้าที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ทั้งนี้ หากผู้ที่มีการจ่ายเงินประกันสังคม หรือมีรายได้สุทธิต่อปีมากกว่า 319,000 บาท หรือคิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 26,000 บาท ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลทำธรรมดาประจำปี
- คู่สมรสที่มีเงินได้เงิน 220,000 บาทต่อปี
สำหรับผู้ที่สมรสแล้ว มีรายได้เป็นเงินเดือน (ภ.ง.ด.91) ตั้งแต่ 18,333 บาทต่อเดือน หรือ 220,000 บาทต่อปี รวมถึงคนที่สมรสแล้วมีรายได้ประเภทอื่น ที่ไม่ใช่เงินเดือน (ภ.ง.ด. 90) ตั้งแต่ 10,000 บาทต่อเดือน หรือ 120,000 บาทต่อปี มีหน้าที่ต้องยื่นภาษี

เรื่องน่ารู้! วิธียื่นภาษีออนไลน์ ใช้เอกสารอะไรบ้าง
เมื่อทำความเข้าใจกันไปแล้วว่า ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคืออะไร และใครบ้างที่ต้องดำเนินการยื่นภาษีประจำปี ก่อนที่จะไปเริ่มทำการยื่นภาษี ควรรู้ก่อนว่าในการยื่นภาษีแต่ละครั้ง ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการกรอกฟอร์มยิ่งขึ้น โดย Cloud-TA ได้รวบรวมเช็กลิสต์เอกสารที่ต้องเตรียมมาไว้ให้แล้ว ดังนี้
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
เอกสารแสดงรายได้ อย่าง หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ที่ออกโดยนายจ้าง เป็นเอกสารระบุว่าปีที่ผ่านมามีรายได้รวมเท่าไหร่ รวมถึงมีการหักชำระกองทุน หรือเงินทุนสำรองต่าง ๆ อย่างไรบ้าง
- เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการลดหย่อนภาษี
นอกเหนือจากหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ผู้ที่ต้องยื่นภาษี จะต้องยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการลดหย่อนภาษีควบคู่ไปด้วย โดยแบ่งออกเป็นรายการสำหรับลดหย่อนภาษีส่วนตัว และครอบครัว และเอกสารประกอบการลดหย่อนภาษีอื่น ๆ โดยเอกสารลดหย่อนภาษีส่วนตัว และครอบครัว มีดังต่อไปนี้
- คู่สมรส
- บุตร
- ค่าเลี้ยงดูบิดา – มารดา
- ลดหย่อนภาษีผู้พิการ
- ค่าฝากครรภ์ และทำคลอด
นอกจากนี้ ยังมีเอกสารประกอบการลดหย่อนภาษีอื่น ๆ ซึ่งจะเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเบี้ยประกัน เงินกองทุน และเงินบริจาคต่าง ๆ ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็น
- เบี้ยประกันชีวิต, เบี้ยประกันสุขภาพ, เบี้ยประกันแบบบำนาญ และเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา
- จำนวนเงินที่ซื้อกองทุนต่าง ๆ อาทิ กองทุนประกันสังคม, กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF), กองทุนบำเหน็จบำนาญราชการ (กบข.), กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน, กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF), กองทุนรวมเพื่อการออมพิเศษ (SSFX) และกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)
- เงินบริจาค เช่น เงินบริจาคทั่วไป, เงินบริจาคเพื่อการศึกษา, กีฬาพัฒนาสังคม, เงินบริจาคให้กับโรงพยาบาลรัฐ และเงินบริจาคพรรคการเมือง
- ลดหย่อนภาษีด้วยมาตรการของรัฐ เช่น ดอกเบี้ยที่อยู่อาศัย, ค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า หรือบริการตามมาตรการรัฐ รวมถึงมาตรการลดหย่อนภาษี ที่ทางรัฐบาลประกาศในแต่ละปี
อย่างไรก็ตาม สำหรับบริษัท โรงงานอุตสาหกรรม หรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่ต้องการตัวช่วยในการบันทึกเวลาทำงาน ขอแนะนำ Cloud-TA ระบบบันทึกเวลาทำงานแบบออนไลน์ ที่สามารถเช็กข้อมูลเวลาเข้า-ออก ของพนักงานทั้งหมดได้แบบเรียลไทม์ ทั้งยังช่วยให้การเก็บรักษาข้อมูลต่าง ๆ ให้ปลอดภัย ในฐานข้อมูล Microsoft SQL Azure หมดกังวลเลยว่าข้อมูลสำคัญของบริษัทจะสูญหาย

แนะนำวิธียื่นภาษีออนไลน์ ครั้งแรกฉบับเข้าใจง่าย
แม้ว่าการยื่นภาษีออนไลน์ จะดูเหมือนเป็นเรื่องยากสำหรับมนุษย์เงินเดือนหลายคน โดยเฉพาะ First Joober ที่เรื่องการเงินอาจดูยิบย่อย และยังเป็นเรื่องไกลตัว ทำให้ทางบริษัทได้มีนโยบายให้ HR จัดอบรมให้กับพนักงานอยู่เสมอ
แต่หากกังวลว่า จะตกหล่นรายละเอียดที่สำคัญไป บทความนี้ได้รวบรวมขั้นตอนการยื่นภาษี ฉบับเข้าใจง่ายมาไว้ให้แล้ว ดังนี้
- เข้าสู่เว็บไซต์กรมสรรพากร
อันดับแรกให้เข้าสู่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร จากนั้นกดเลือก “ยื่นภาษีแบบออนไลน์” และเข้าสู่ระบบให้เรียบร้อย แต่สำหรับผู้ที่ยื่นภาษีครั้งแรกให้กดไปที่ปุ่ม “สมัครสมาชิก” จากนั้นกรอกข้อมูลต่าง ๆ ให้เรียบร้อย ตั้งแต่หมายเลขบัตรประชาชน และเลขหลังบัตร วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ อีเมล และสร้างรหัสผ่าน เพื่อเข้าสู่ระบบ E-Filling
- เข้าสู่ระบบ E-FILING
เมื่อทำการสมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้ว ให้เข้าสู่ระบบ E-Filling ของกรมสรรพากร โดยกรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน และกรอกรหัสผ่านที่ได้สร้างไว้ จากนั้นกดตกลง แล้วยืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP จำนวน 6 หลัก โดยเลือกเบอร์โทรศัพท์ที่แจ้งไว้กับระบบ หรือระบุเบอร์โทรศัพท์ใหม่ให้เรียบร้อย
- เลือกแบบภาษีเงินได้ ภ.ง.ด. 90/91
ในขั้นตอนต่อมาจะต้องเลือกระหว่างยื่นภาษี ภ.ง.ด. 90/91 หรือ ภ.ง.ด. 94 ทำให้มนุษย์เงินเดือนหลายคนรู้สึกสับสน ดังนั้น ควรเลือกยื่นภาษี ภ.ง.ด. 90/91 สำหรับคนที่มีเงินได้จากเงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส ดอกเบี้ยเงินฝาก เงินปันผล ค่าเช่า อาชีพอิสระ และการเกษตร
- ตรวจสอบข้อมูลผู้เสียภาษี
เมื่อกดเข้ามาแล้ว ให้ตรวจสอบข้อมูลของผู้เสียภาษีอย่างละเอียด ตั้งแต่เลขบัตรประชาชน ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเปิด สถานที่ติดต่อ และเลือกสถานะให้เรียบร้อย หากรายละเอียดถูกต้องครบถ้วน ให้กดไปที่ปุ่ม “ถัดไป” เพื่อทำรายการต่อไป
- กรอกข้อมูลรายได้
หลังจากที่ตรวจสอบข้อมูลของผู้เสียภาษีเรียบร้อย ให้กรอกข้อมูลรายได้จากเงินเดือน ที่มาจากเอกสารหนังสือรับรองภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) แล้วกรอกผู้จ่ายเงิน หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัทที่ทำงาน ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนงานระหว่างปี แนะนำให้ขอหนังสือรับรองภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายกับที่ทำงานเก่า มากรอกรายละเอียดให้เรียบร้อย
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีรายได้จากช่องทางอื่น ๆ เช่น รายได้จากการรับจ้างทั่วไป ฟรีแลนซ์ วิชาชีพอิสระ การทำธุรกิจ การลงทุน หรือรายได้ที่มาจากมรดก ให้กรอกรายละเอียดทั้งหมดให้เรียบร้อย จากนั้นกดไปที่ปุ่ม “ถัดไป”
- กรอกข้อมูลค่าลดหย่อน
ขั้นตอนต่อมาให้กรอกข้อมูลค่าลดหย่อนต่าง ๆ โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ 1 สิทธิลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว ได้แก่ ลดหย่อนผู้มีเงินได้ ลดหย่อนบุตร อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา และอุปการะเลี้ยงดูคนพิการ หรือคนทุพพลภาพ
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มที่ 2 เกี่ยวกับค่าลดหย่อน/ยกเว้น ด้านการออม การลงทุน และประกัน เช่น เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสะสมกองทุนบำเหน็จบำนาญ (กบช.) และเงินสะสมกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน เป็นต้น
- ตรวจสอบข้อมูลให้เรียบร้อย
เมื่อกรอกข้อมูลทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว แนะนำให้ตรวจสอบอย่างละเอียดว่าข้อมูลที่กรอกไปถูกต้องหรือไม่ จากนั้นกด “ยืนยันการยื่นแบบ” โดยระบบจะทำการคำนวณภาษีที่ต้องชำระให้แบบอัตโนมัติ เพียงเท่านี้ก็เป็นการสิ้นสุดการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ทั้งนี้ หากมีการชำระภาษีไปแล้ว ระบบจะแจ้งยอดชำระเกิน โดยทุกท่านสามารถขอคืนภาษีที่ชำระเกินไป หรือนำเงินภาษีไปอุดหนุนพรรคการเมืองก็ได้เช่นกัน
มนุษย์เงินเดือนต้องรู้ ! เงินเดือนเท่าไหร่ ถึงต้องจ่ายภาษี
เงินเดือนเท่าไหร่ถึงเสียภาษี? ถือเป็นหนึ่งในคำถามยอดฮิตของ First Jobber และพนักงานเงินเดือนหลายคน เนื่องจาก แต่ละคนต่างก็มีรายได้ที่แตกต่างกันออกไป อีกทั้งบางคนอาจมีรายได้หลายช่องทาง ทำให้รายรับที่แต่ละคนได้ จะเป็นตัวกำหนดในการเสียภาษี ผ่านสูตรการคำนวณ “รายได้ตลอดทั้งปี – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน = รายได้สุทธิ”
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีรายได้จากงานประจำเพียงอย่างเดียว จะต้องเสียภาษีตามอัตราช่วงรายได้ ดังต่อไปนี้
- รายได้สุทธิ ไม่เกิน 150,000 บาท: ไม่ต้องเสียภาษี
- รายได้สุทธิ 150,001 – 300,000 บาท: อัตราภาษี 5%
- รายได้สุทธิ 300,001 – 500,000 บาท: อัตราภาษี 10%
- รายได้สุทธิ 500,001 – 750,000 บาท: อัตราภาษี 15%
- รายได้สุทธิ 750,001 – 1,000,000 บาท: อัตราภาษี 20%
- รายได้สุทธิ 1,000,001 – 2,000,000 บาท: อัตราภาษี 25%
- รายได้สุทธิ 2,000,001 – 5,000,000 บาท: อัตราภาษี 30%
- รายได้สุทธิตั้งแต่ 5,000,001 บาทขึ้นไป: อัตราภาษี 35%
สาระน่ารู้ หากยื่นภาษีล่าช้า หรือไม่ยื่นภาษี มีความผิดอะไรบ้าง
สำหรับผู้ที่ลืมยื่นภาษี หรือยื่นภาษีล่าช้า แม้ว่าจะไม่สามารถยื่นภาษีย้อนหลังผ่านระบบออนไลน์ได้แล้ว แต่ก็สามารถกรอกแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 พร้อมกับเอกสารแสดงรายได้ หนังสือรับรองการหักภาษี หลักฐานการหักค่าลดหย่อน ไปติดต่อยื่นแบบที่สรรพากรพื้นที่ใกล้บ้าน
อย่างไรก็ตาม การยื่นภาษีล่าช้า หรือลืมยื่นภาษี จะต้องมีค่าปรับทางอาญา แตกต่างกันไปตามแต่ละกรณี ดังนี้
- การยื่นภาษีล่าช้า และมีภาษีต้องชำระ
ในกรณีที่ผู้เสียภาษี ยื่นภาษีล่าช้า และมีภาษีต้องชำระ จะมีค่าปรับทางอาญาไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร กรณียื่นภาษีเกินกำหนด และมีเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือน ของภาษีที่ต้องชำระ โดยนับแต่วันสิ้นสุดการรับชำระภาษี
- การยื่นภาษีล่าช้า แต่ไม่มีภาษีต้องชำระ
สำหรับผู้ที่ยื่นภาษีล่าช้า หรือลืมยื่นภาษีในเวลาที่กำหนด แต่ไม่มีภาษีต้องชำระ จะต้องเสียค่าปรับอาญาไม่เกิน 2,000 บาท และไม่มีเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือน
- กรณียื่นภาษีเพิ่มเติม เนื่องจากปรับปรุงยอดภาษีที่ยื่นไปแล้ว
ในกรณีที่ยื่นภาษีเพิ่มเติม เนื่องจาก ปรับปรุงยอดภาษีที่ยื่นไปแล้ว แต่ยื่นไม่ทันช่วงเวลาที่กำหนด จะต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือน ของภาษีที่ชำระเพิ่มเติม โดยไม่ต้องชำระค่าปรับอาญา 2,000 บาท
- กรณียื่นแบบไปแล้ว แต่ลืมชำระภาษีภายในระยะเวลาที่กำหนด
หากผู้เสียภาษี ยื่นภาษีออนไลน์ไปแล้ว แต่ลืมชำระภาษี ถือว่าผู้เสียภาษีไม่ได้ชำระภาษี และไม่สามารถยื่นใหม่ทางออนไลน์ได้ ดังนั้น ผู้เสียภาษีต้องกรอกแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 พร้อมกับเอกสารแสดงรายได้ หนังสือรับรองการหักภาษี และหลักฐานการหักค่าลดหย่อน ไปติดต่อยื่นแบบที่สรรพากรพื้นที่ใกล้บ้าน และชำระค่าปรับทางอาญา 2,000 บาท ทั้งนี้ หากมีภาษีที่ต้องชำระเพิ่มเติม จะต้องจ่ายเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือน
- กรณียื่นภาษีผิด แต่ผู้เสียภาษีได้เงินภาษีคืนแล้ว
สำหรับใครที่ยื่นภาษีผิด และได้รับเงินภาษีคืนแล้ว จะต้องกรอกแบบแสดงรายการแก้ไข และติดต่อยื่นแบบกับสรรพากร ในเขตพื้นที่ใกล้บ้าน เพื่อชี้แจงถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น
- กรณีสรรพากรออกหมายเรียก
ในกรณีที่สรรพากรออกหมายเรียก ควรดำเนินการยื่นแบบ และชำระภาษีตามที่แจ้ง พร้อมกับเสียเบี้ยปรับ และเงินเพิ่มตามกฎหมาย ซึ่งอาจต้องจ่ายตั้งแต่ 1 เท่า หรือ 2 เท่าของเงินภาษี ตามที่กรมสรรพากรกำหนด
อย่างไรก็ตาม หากกรมสรรพากรมองว่าเป็นกรณีจงใจแสดงหลักฐานเท็จ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 200,000 บาท ส่วนกรณีเจตนาละเลยไม่ยื่นแบบแสดงรายการ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี มีโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
เป็นอย่างไรบ้างกับ วิธียื่นภาษีออนไลน์ที่เราได้เตรียมมาให้ในวันนี้ หวังว่าในบทความนี้ จะช่วยให้ HR ได้นำข้อมูลไปเผยแพร่ให้สมาชิกในองค์กร ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดายิ่งขึ้น เพื่อให้พนักงานยื่นภาษีได้ทันเวลา และไม่เกิดข้อผิดพลาดขึ้น
สุดท้ายนี้ หากองค์กรที่ต้องการอัปเกรดระบบบันทึกเวลาเข้า-ออกงาน หรือจัดเก็บข้อมูลทางการเงินของพนักงาน และบริษัทไว้ในที่เดียว ขอแนะนำ Cloud-TA ระบบบันทึกเวลาเข้าออก และควบคุมการเปิดประตูที่ทำงานบนระบบคลาวด์ โดยระบบของเรามีฟังก์ชันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การยื่นคำร้องขอวันลา การขอโอที และบันทึกข้อมูลพนักงานไว้ในที่เดียว หากสนใจติดต่อได้ที่
Website: https://cloud-ta.com/
Email: cloud-ta@innova.co.th
Tel: 091-717-5499, 092-273-1760 (Sale)
Line: @Cloud-TA
